อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๗๖๗

ปฏิจจวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๖๗–๘๑๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 49 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 49 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 34 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพ- เหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ... เทฺว ขนฺธา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ... เทฺว ขนฺธา ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ... เทฺว ขนฺธา ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ ... เทฺว ขนฺธา ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ฯ {๗๖๙.๑} เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ เทฺวขนฺธา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ... ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนว ทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพ- เหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... อารมฺมณปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จ โมโห จ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จ โมโห จ ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา ตีณิ ฯ ทสฺสเนน สทิสํ วิภชิตพฺพํ ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา ฯ

ทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อารมฺมณปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อารมฺมณปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา ตีณิ ฯ เหตุสทิสา ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ... ตีณิ ฯ เหตุสทิสา ฯ อธิปติยา โมโห นตฺถิ ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ... เทฺว ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อธิปติปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ทสฺสเนนนภาวนาย ฯเปฯ อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา ฯ อารมฺมณสทิสํ ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพ- เหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... สหชาตปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ {๗๘๓.๑} ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... สหชาตปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ สหชาตปจฺจยา ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... สหชาตปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ {๗๘๔.๑} ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... สหชาตปจฺจยา ปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... สหชาตปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ เอกํ ... ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... สหชาตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... สหชาตปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ เหตุสทิสํ กาตพฺพํ ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา อาเสวนปจฺจยา กมฺมปจฺจยา วิปากปจฺจยา อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ

เหตุยา สตฺตรส อารมฺมเณ เอกาทส อธิปติยา นว อนนฺตเร เอกาทส สมนนฺตเร เอกาทส สหชาเต สตฺตรส อญฺญมญฺเญ เอกาทส นิสฺสเย สตฺตรส อุปนิสฺสเย เอกาทส ปุเรชาเต เอกาทส อาเสวเน เอกาทส กมฺเม สตฺตรส วิปาเก เอกํ อาหาเร สตฺตรส อินฺทฺริเย สตฺตรส ฌาเน สตฺตรส มคฺเค สตฺตรส สมฺปยุตฺเต เอกาทส วิปฺปยุตฺเต สตฺตรส อตฺถิยา สตฺตรส นตฺถิยา เอกาทส วิคเต เอกาทส อวิคเต สตฺตรส ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ... เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ ... ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ เอกํ มหาภูตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนน- ปหานภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ฯ สหชาตสทิสํ ฯ นอนนฺตรปจฺจยา นสมนนฺตรปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา นอุปนิสฺสยปจฺจยา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ... ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา ... อรูเป วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห จ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ทสฺสเนน สทิสํ ตีณิ ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ... เทฺว ขนฺธา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ {๗๙๘.๑} เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา ฯ อิเมปิ เทฺว กาตพฺพา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา นกมฺมปจฺจยา ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา เจตนา ฯ

ภาวนายปหาตพฺพํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺโพ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา ภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เจตนา ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม ... วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตถา เจตนา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา ฯ ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนาย ฯเปฯ นอาหารปจฺจยา พาหิรํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ นอินฺทฺริยปจฺจยา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ รูปชีวิตินฺทฺริยํ ... นฌานปจฺจยา ฯ ปญฺจวิญฺญาณํ ฯ มหาภูตา กาตพฺพา ฯ ... นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... นสมฺปยุตฺตปจฺจยา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห ฯ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนน- ปหาตพฺพเหตุโก จ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห จ ... เทฺว ขนฺธา ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป ภาวนาย ... ตีณิ ฯ

เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ ... พาหิรํ ... อาหาร- สมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... อสญฺญสตฺตานํ ... ฯ เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป วิจิกิจฺฉาสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อุทฺธจฺจสหคตํ โมหํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา ฯ

ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป วิจิกิจฺฉาสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ ฯ

ภาวนายปหาตพฺพเหตุกญฺจ เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพเหตุกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภาวนายปหาตพฺพเหตุโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อุทฺธจฺจสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โมหญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ... เทฺว ขนฺธา โนนตฺถิปจฺจยา โนวิคตปจฺจยา ฯ

นเหตุยา ตีณิ นอารมฺมเณ ปญฺจ นอธิปติยา สตฺตรส นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร ปญฺจ นอญฺญมญฺเญ ปญฺจ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต เตรส นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน สตฺตรส นกมฺเม สตฺต นวิปาเก สตฺตรส นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต เอกาทส โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ

เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ปญฺจ ... นอธิปติยา สตฺตรส นอนนฺตเร ปญฺจ นสมนนฺตเร ปญฺจ นอญฺญมญฺเญ ปญฺจ นอุปนิสฺสเย ปญฺจ นปุเรชาเต เตรส นปจฺฉาชาเต สตฺตรส นอาเสวเน สตฺตรส นกมฺเม สตฺต นวิปาเก สตฺตรส นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ นวิปฺปยุตฺเต เอกาทส โนนตฺถิยา ปญฺจ โนวิคเต ปญฺจ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ

นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ... อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ตีณิ อาเสวเน ตีณิ กมฺเม ตีณิ วิปาเก เอกํ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค เทฺว สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปฏิจฺจวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สหชาตวาโร ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่ มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ สัมปยุตตขันธ์ อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ สัมปยุตตขันธ์ อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตต-ขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๔) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๕)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มี เหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร และมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และโมหะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตต-สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่ มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดา-ปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และโมหะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยโมหะเกิดขึ้น (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ (๓) อารัมมณปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และโมหะอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และโมหะอาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงจำแนกเหมือนกับบทว่าโสดาปัตติมรรค)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรม ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๓)

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และโมหะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติ-มรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ และโมหะเกิดขึ้น (๑) อธิปติปัจจัย

ข้อ

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มี เหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ (ปัจจัยนี้เหมือนกับเหตุปัจจัย) ... อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ฯลฯ มี ๓ วาระ (ปัจจัยนี้เหมือนกับเหตุปัจจัย ในอธิปติปัจจัยไม่มีโมหะ) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร

ข้อ ๑๐

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑) อนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัย

ข้อ ๑๑

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตร-ปัจจัย (ปัจจัยทั้งสองนี้เหมือนกับอารัมมณปัจจัย) สหชาตปัจจัย

ข้อ ๑๒

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะสหชาต-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ ๓ โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๓

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะสหชาต-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้น โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ ๓ โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น ฯลฯ (๓)

ข้อ ๑๔

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะสหชาตปัจจัยได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะสหชาต-ปัจจัย (ย่อ) (พึงเพิ่มให้เหมือนกับเหตุปัจจัย) (๓) อัญญมัญญปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๑๕

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัยเพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัยเพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัยเพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๑๖

เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๑๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑๑ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๑๑ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๑๗ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๑๑ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร อาเสวนปัจจัย มี ๑๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๑๑ วาระ วิคตปัจจัย มี ๑๑ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย

ข้อ ๑๗

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้อง บน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัยได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ (๑)นอารัมมณปัจจัย

ข้อ ๑๘

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณ-ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ (๑)

ข้อ ๑๙

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัยได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยโมหะเกิดขึ้น (๑) นอธิปติปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๒๐

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับสหชาตปัจจัย) เพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัยนปุเรชาตปัจจัย

ข้อ ๒๑

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัยได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น เพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓และโมหะอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๓) ... อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ มี ๓วาระ (ปัจจัยนี้เหมือนกับบทว่าโสดาปัตติมรรค)

ข้อ ๒๒

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหมฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาต-ปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัยได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๒๓

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย (พึงเพิ่มแม้ปัจจัยเหล่านี้เป็น ๒วาระ) นปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๒๔

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย

ข้อ ๒๕

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มี เหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัยได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัยได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๒๖

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยโมหะเกิดขึ้น (๑) นวิปากปัจจัย

ข้อ ๒๗

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ)นอาหารปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๒๘

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับ เหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ เพราะนอินทรียปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหมฯลฯ รูปชีวิตินทรีย์อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ปัญจวิญญาณ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร ฯลฯ (พึงเพิ่มมหาภูตรูปด้วย) เพราะนมัคคปัจจัย ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ เพราะนสัมปยุตตปัจจัย นวิปปยุตตปัจจัยเป็นต้น

ข้อ ๒๙

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตต-ปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓และโมหะอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ... ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ... มี ๓ วาระ

ข้อ ๓๐

สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ฯลฯ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตต-ปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๓)

ข้อ ๓๑

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอาศัยโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยโมหะเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย

ข้อ ๓๒

นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๑๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

ข้อ ๓๓

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปุเรชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑๑ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

ข้อ ๓๔

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๓. ปัจจยวาร ฌานปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ (สหชาตวารเหมือนปฏิจจวาร)

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ

ในทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ผู้ศึกษาพึงทราบการจำแนกธรรมที่มีเหตุอันพึงละด้วยทัสสนะ โดยนัยที่ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถากัณฑ์ (ในธัมมสังคณีบาลี) โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ จัดเข้าในหมวดที่ ๓ เพราะไม่มีเหตุ.

ในอธิการนี้ ธรรมเหล่าใดมีเหตุที่พึงละด้วยทัสสนะและภาวนาดังกล่าวมาแล้วนั้น ธรรมเหล่านั้นชื่อว่ามีเหตุที่พึงละ. ธรรมเหล่าใดไม่มีเหตุ ธรรมเหล่านั้นชื่อว่าไม่มีเหตุที่พึงละด้วยทัสสนะและภาวนา.

ผู้ศึกษาพึงทราบวิภาคแห่งปหาตัพพเหตุกธรรมและนปหาตัพพเหตุกธรรม ดังนี้แล้ว พึงทราบคำที่เหลือ ตามแนวแห่งลักษณะที่แสดงไว้ในทัสสเนนปหาตัพพติกะและกุสลติกะ.

อรรถกถาทัสสเนนปหาตัพพเหตุติกะ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา