นอาเสวนมูลกนัย
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นอาเสวนมูลกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ นอาเสวนมูลกนัย
นอาเสวนปจฺจยา เหตุยา สตฺต ... อารมฺมเณ นว อธิปติยา ทส อนนฺตเร ปญฺจ สมนนฺตเร ปญฺจ สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย เตรส อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ กมฺเม สตฺต วิปาเก เอกํ อาหาเร สตฺต อินฺทฺริเย สตฺต ฌาเน สตฺต มคฺเค สตฺต สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา เตรส นตฺถิยา ปญฺจ วิคเต ปญฺจ อวิคเต เตรส ฯ
ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มีวาระ ๗ ในอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๙ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๐ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๗ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑๓
นอาเสวนปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอารมฺมณปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นอนนฺตรปจฺจยา นสมนนฺตรปจฺจยา นสหชาตปจฺจยา นอญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสเย ตีณิ ... อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ กมฺเม เทฺว อาหาเร เอกํ อินฺทฺริเย เอกํ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา สตฺต อวิคเต สตฺต ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
ในนิสสยปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยมีวาระ ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๙ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๕ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๗นี้เป็นหัวข้อย่อๆ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นอาเสวนทุกนัย
เหตุปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ อารัมมณปัจจัย ” มี ๙ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร อธิปติปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย มี ๑๐ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๗ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๗ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๗ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๑๓ วาระ ฯลฯ นวกนัย นิสสยปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย นเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติ- ปัจจัย นอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นสหชาตปัจจัย และนอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๙ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๗. ปัญหาวาร ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ (ย่อ) นอาเสวนมูลกนัย จบ
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๑๐๐๘ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัจจนียานุโลมนัย
วาระเหล่าใด เช่นเดียวกับวาระที่ได้โดยอนุโลมแห่งปัจจัยที่ตั้งอยู่โดยอนุโลม ในบรรดาวาระทั้งหลายที่ได้โดยเป็นปัจจนียะแห่งปัจจัยที่ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ในบรรดาปัจจัยทั้งหลายที่มีการนับอันได้แล้วในอนุโลม อย่างนี้คือ เหตุยา สตฺต อารมฺมเณ นว และในปัจจนียะอย่างนี้คือ นเหตุยา ปณฺณรส นารมฺมเณ ปณฺณรส ผู้ศึกษาพึงทราบวิธีนับด้วยอำนาจแห่งวาระเหล่านั้น แม้ในปัจจนียานุโลม (นี้)
จริงอยู่ ในนเหตุปัจจัย ในปัจจนียนัย ได้วาระ ๑๕ ดังพระบาลีว่า "นเหตุยา ปณฺณรส."
ในอารัมมณปัจจัย ในอนุโลมนัยได้วาระ ๙ ดังพระบาลีว่า อารมฺมเณ นว. วาระ ๙ เหล่าใดในบรรดาวาระ ๑๕ ที่ท่านกล่าวไว้ในนเหตุปัจจัยเป็นเช่นเดียวกันกับวาระ ๙ ที่ท่านกล่าวไว้ในอารัมมณปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบปัจจัย. ผู้ศึกษาพึงทราบการนับด้วยอำนาจแห่งวาระเหล่านั้น. บรรดาวาระเหล่านั้น วาระ ๙ เหล่าใด ท่านกล่าวไว้แล้วในอารัมมณปัจจัย วาระเหล่านั้นเหมือนกับวาระ ๙ เหล่านี้คือ กุศลเป็นปัจจัยแก่กุศล แก่อกุศล แก่อัพยากตะ,อกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศล แก่กุศล แก่อัพยากตะ. อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ แก่กุศล แก่อกุศล ในบรรดาวาระ ๑๕ ที่ท่านกล่าวไว้ในนเหตุปัจจัย.
คำว่า นเหตุยา อารมฺมเณ นว เพราะเหตุปัจจัยในอารัมมณปัจจัยมี ๙ วาระ ท่านกล่าวหมายถึงวาระ ๙ เหล่านั้น แม้ในคำว่า อธิปติยา ทส เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน.
จริงอยู่ วาระเหล่าใดๆ ที่ท่านกล่าวไว้ในอนุโลมคณนา (การนับวาระในอนุโลม) แห่งอารัมมณปัจจัยเป็นต้น วาระเหล่านั้นทั้งหมด พึงทราบว่าย่อมใช้ได้ในการเทียบเคียงกับเหตุปัจจัย.
กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยนเหตุปัจจัย โดยอารัมมณปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบการขยายบาลีแห่งวาระเหล่านั้นโดยอุบายนี้คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม ย่อมพิจาณากุศลนั้น, บุคคลย่อมพิจารณากุศลที่บำเพ็ญไว้ในกาลก่อน.
ในคำว่านี้ นเหตุปจฺจยา อธิปติยา ทส เพราะนเหตุปัจจัย ในอธิปติปัจจัยมี ๑๐ วาระ ผู้ศึกษาพึงขยายวาระในอนุโลมวิภังค์ด้วยอำนาจแห่งอธิบดีที่เหลือ เว้นวิมังสาธิบดี. ในอธิการนี้มีการกำหนดวิธีนับ ดังนี้คือ ๙-๑๐-๗-๓-๑๓-๑ ผู้ศึกษาพึงลดการนับ (จำนวน) แม้แห่งปัจจัยที่มีการนับได้มากกว่าปัจจัยที่มีการนับได้น้อยกว่าด้วยอำนาจแห่งการกำหนดวิธีนับเหล่านั้น แล้วพึงทราบวิธีนับในการเทียบเคียงทั้งหมดในนัยที่มีมูล ๓ เป็นต้น บรรดานัยทั้งหลายมีนเหตุมูลกนัยเป็นต้น นี้เป็นลักษณะที่ทั่วไปก่อน. แต่ลักษณะนี้ยังไม่เป็นไปในการเทียบเคียงทั้งหมด ก็ในการเทียบเคียงปัจจัยเหล่าใด กับปัจจัยเหล่าใด วาระเหล่าใดขัดแย้งกัน พึงนำวาระเหล่านั้นออกเสีย แล้วพึงทราบวิธีนับในอธิการนี้ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยเหล่านั้นที่ยังเหลืออยู่.
ก็ในคำนี้ว่า นเหตุปจฺจยา นารมฺมณปจฺจยา อธิปติยา สตฺต เพราะนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย ในอธิปติปัจจัยมี ๗ วาระ ย่อมห้ามวาระ ๓ เหล่านี้ที่ได้อยู่ด้วยอำนาจอารัมมณาธิปติ คือ กุสโล อกุสลสฺส อพฺยากโต กุสลสฺส อพฺยากโต อกุสลสฺส (=กุ - อกุ, อัพ - กุ, อัพ - อกุ) เพราะเหตุไร?เพราะท่านกล่าวว่า นารมฺณปจฺจยา คือห้ามอารัมมณปัจจัย. เพราะฉะนั้นในอธิการนี้ผู้ศึกษาพึงนำวาระเหล่านั้นออกเสีย แล้วพึงทราบวาระ ๗ โดยนัยแห่งสหชาตาธิปติ คือ กุสโล กุสลสฺส อพฺยากตสฺส กุสลาพฺยากตสฺส อกุสโล อกุสลสฺส อพฺยากตสฺส อกุสลาพฺยากตสฺส อพฺยากโต อพฺยากตสฺส(= กุ - กุ, กุ - อัพ, กุ -กุ. อัพ, อกุ - อกุ, อกุ - อัพ, อกุ - อกุ. อัพ และ อัพ - อัพ). วาระแม้เหล่านั้นย่อมมีด้วยอำนาจอธิบดีที่เหลือ เว้นวิมังสาธิปติ เพราะพระบาลีว่า นเหตุปจฺจยา ในที่ทุกแห่ง ผู้ศึกษาพึงทราบวิธีนับด้วยอำนาจปัจจัยที่มีวิธีนับน้อยกว่า และด้วยอำนาจจำนวนที่ไม่ขัดกัน.
ก็ในบรรดาปัจจัยทั้งหลายที่ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยเหล่าใดไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม ผู้ศึกษาพึงทราบปัจจัยเหล่านั้นด้วยอย่างใด?คือเมื่ออนันตรปัจจัยตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ สมนันตรปัจจัย อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัย ย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. เมื่อสหชาตปัจจัยตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ เหตุปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย วิปากปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย และสัมปยุตตปัจจัย ย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. เมื่อนิสสยปัจจัย ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ วัตถุปุเรชาตปัจจัยย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. เมื่ออาหารปัจจัยหรืออินทริยปัจจัย ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ เหตุปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัยและสัมปยุตตปัจจัย ย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. แต่เมื่ออารัมมณปัจจัยตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ อธิปติปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัยย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลม. อนึ่ง อารัมมณาธิปติปัจจัยและอารัมมณูปนิสสยปัจจัย ย่อมมีไม่ได้. โดยอุบายนี้ ในที่ทุกสถานพึงทราบวิสัชนาที่มีได้และมีไม่ได้ไว้แล้ว พึงขยายวาระทั้งหลายด้วยอำนาจแห่งวิสัชนาที่มีได้.
____________________________
ใจความในประโยคนี้ทั้งหมด ขัดต่อสภาวะและพระบาลีข้อ ๑๐๔๘ และข้อ ๑๐๕๑ แต่จำต้องแปลตามบาลีอรรถกถา ซึ่งตรงกันทั้งของไทยและของพม่า.
วาระทั้งหลายว่า อนนฺตเร สตฺต ในอนันตรปัจจัยมี ๗ วาระ ในติมูลกนัยเป็นต้น แม้ทั้งหมดได้ในทุมูลกนัยนั่นเอง ส่วนในสัตตมูลกนัยเป็นต้น คำว่า นสหชาตปัจฺจยา นิสฺสเย ตีณิ เพราะนสหชาตปัจจัย ในนิสสยปัจจัยมี ๓ วาระ คือวาระ ๓ ในวัตถุนิสสยปัจจัย ด้วยอำนาจปุเรชาตะ. วิสัชนา ๒ วาระในกัมมปัจจัย ด้วยอำนาจนานากขณิกกัมมปัจจัย. วิสัชนา ๑ วาระในอาหารปัจจัย ด้วยอำนาจกพฬีการาหาร. วิสัชนา ๑ วาระในอินทริยปัจจัยด้วยอำนาจรูปชีวิตินทรีย์.
ในวิปปยุตตปัจจัย ธรรมทั้งหลายมีกุศลเป็นต้น อันมีอัพยากตะเป็นที่สุดถึงแล้วโดยลำดับด้วยคำว่า ตีณิ คือ ๓ วาระ ด้วยอำนาจปัจฉาชาตปัจจัย. คำว่า อตฺถิ อวิคตเสุ ปญฺจ ในอัตถิและอวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ ความว่า วิสัชนา ๓ วาระเหล่านั้นด้วยและวิสัชนา ๒ เหล่านี้คือกุสลาพฺยากตา อพฺยากตสฺส, อกุสลาพฺยากตา อพฺยากตสฺส (กุ. อัพ - อัพ และ อกุ. อัพ - อัพ) ย่อมมีด้วยอำนาจปัจฉาชาตินทริยปัจจัย.
ก็ตั้งแต่ปัจฉาชาตปัจจัยเป็นปัจจนียะ (ปจฺจนีก) ไป คำว่า อตฺถิอวิคเตสุ เอกํ คือ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ ด้วยอำนาจอาหารและอินทริยปัจจัยเมื่อถือเอานอาหารปัจจัยแล้ว ก็ไม่ควรถือเอานอินทริยปัจจัย.
อนึ่ง เมื่อถือเอานอินทริยปัจจัย ก็ไม่ควรถือเอานอาหารปัจจัย ด้วยเหมือนกัน. เพราะเหตุไร? เพราะเมื่อปัจจัยทั้ง ๒ อันอาจารย์ถือเอาโดยเป็นอันเดียวกันแล้ว วาระที่จะนับก็ไม่มี แม้เมื่อฌานและมัคคปัจจัยเป็นต้นตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ไม่ต้องทำอนุโลมให้เป็นข้อเดียว โดยอาหารปัจจัยหรืออินทริยปัจจัย (แต่ทำให้แยกกัน)ดังที่ตรัสว่า อินฺทฺริเย เอกํ (ในอินทริยปัจจัยมี ๑ วาระ) อตฺถิยา เอกํ อวิคเต เอกํ อาหาเร เอกํ อตฺถิยา เอกํ อวิคเต เอกํ ในที่สุด. คำที่เหลือในอธิการนี้มีเนื้อความกระจ่ายแล้วทั้งนั้น แล. นเหตุมูลกนัย จบ. -----------------------------------------------------
ในนอารัมมณมูลกนัยเป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ในอัญญมัญญมูลกนัย คำว่า นอญฺญมญฺญปจฺจยา เหตุยา ตีณิ เพราะนอัญญมัญญปัจจัย ในเหตุปัจจัยมี ๓ วาระ คือกุศลเป็นต้น เป็นปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน.
สองบทว่า อธิปติยา อฏฺฐ ในอธิปติปัจจัยมี ๘ วาระ เพราะนสหชาตปัจจัย ในนิสสยปัจจัยมี ๓ วาระ ความว่าบรรดาวาระ ๑๐ ที่ท่านกล่าวไว้ในอธิปติปัจจัย ได้วาระ ๘ ที่เหลือโดยชักออก ๒ วาระ คือ กุศลเป็นปัจจัยแก่กุศลและอัพยากตะอกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศลและอัพยากตะ.
____________________________
บาลีอรรถกถาของไทยหน้า ๑๕๐ บรรทัดที่ ๑๑ เป็น กุสโล กุสลสฺส อกุสโล อกุสลสฺส (คือ กุ - กุ, อกุ - อกุ) ซึ่งผิดสภาวะ ในที่นี้จึงแปลตามบาลีพม่าที่ว่า กุสโล กุสลาพฺยากตสฺส อกุสโล อกุสลาพฺยากตสฺส
สองบทว่า สหชาเต ปญฺจ ในสหชาตปัจจัยมี ๕ วาระ คือวาระ ๒ เหล่านี้ คือกุศลและอัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ อกุศลกับอัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ กับวาระ ๓ ที่ท่านกล่าวไว้ในเหตุปัจจัย.
สองบทว่า นิสฺสเย สตฺต ในนิสสยปัจจัยมี ๗ วาระ วาระ ๒ เหล่านี้ คืออัพยากตะเป็นปัจจัยแก่กุศล อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อกุศล กับวาระ ๕ เหล่านั้นย่อมีด้วยอำนาจเป็นวัตถุ.
สองบทว่า กมฺเม ตีณิ ในกัมมปัจจัยมี ๓ วาระ คือวาระ ๓ ที่ท่านกล่าวไว้ในนเหตุปัจจัยนั่นเอง แม้ในติกะที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน ฯ
สองบทว่า อธิปติยา ตีณิ ในอธิปติปัจจัยมี ๓ วาระ คือวาระที่กล่าวไว้ในหนหลัง.
ในนอาหารมูลกนัย คำว่า อญฺญมญฺเญ ตีณิ ในอัญญมัญญปัจจัยมี ๓ วาระ ผู้ศึกษาพึงทราบวาระด้วย อำนาจเจตสิกที่เหลือ เว้นอาหาร ก็แม้ในอธิการนี้ ในนอาหารปัจจัยและนอินทริยปัจจัย ท่านถือเอาคราวละ ๑ ปัจจัย ไม่ถือเอา ๒ ปัจจัยรวมกัน เหมือนในหนหลัง (คือแยกแสดงไม่แสดงรวมกัน).
คำว่า นสมฺปยุตฺตปัจฺจยา เหตุยา ตีณิ เพราะนสัมปยุตตปัจจัยในเหตุปัจจัยมี ๓ วาระ มีวาระที่ท่านกล่าวไว้ในนอัญญมัญญปัจจัย ในหนหลัง อธิปติยา อฏฺฐ ในอธิปติปัจจัยมี ๘ วาระ คือวิสัชนาที่ท่านกล่าวไว้ในหนหลังเหมือนกัน.
พึงทราบวินิจฉัยในนวิปปยุตตปัจจัยเป็นมูล.
สองบทว่า กมฺเม ปญฺจ ในกัมมปัจจัย มี ๕ วาระ คือมีวาระ ๕ อย่างนี้คือ เจตนามีกุศลเป็นต้นเป็นปัจจัยแก่กุศลเป็นต้นที่เกิดร่วมกัน กุศลและอกุศลเจตนาที่เกิดต่างขณะกันเป็นปัจจัยแก่วิบาก และแก่รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน.
ในอาหารปัจจัยและอินทริยปัจจัย มีวาระ ๓ เหมือนกับสหชาตปัจจัย. ในฌานปัจจัยและมัคคปัจจัยเป็นต้น มีวาระ ๓ เหมือนกับเหตุปัจจัย.
ในโนอัตถิมูลกนัย มีอธิบายว่า เพราะเหตุ ชื่อว่า โนอตฺถิ ไม่มี มีแต่อัตถิแน่นอน. เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่ถือเอาเหตุปัจจัยนั้น แล้วกล่าวว่า นอารมฺมเณ นว ในนอารัมมณปัจจัยมี ๙ วาระ (เหตุปัจจัยแสดงไม่ได้). ปัจจัยทั้งหลายที่เข้าลักษณะอัตถิปัจจัยแม้อื่น ย่อมไม่ตั้งอยู่โดยอนุโลมในอธิการนี้.
ก็คำว่านี้ กมฺเม เทฺว ในกัมมปัจจัยมี ๒ วาระ ท่านกล่าวด้วยอำนาจนานากขณิกกัมมปัจจัย ปัจจัยทั้งหมดย่อมได้โดยปัจจนียะ.
ก็วาระทั้งหลาย ต่อจากนั้นอันท่านไม่ถือเอาปัจจัยใด แม้ที่ได้อยู่โดยอนุโลม ถือเอาโดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยนั้นย่อมได้การประกอบในภายหลัง เพราะเหตุนั้นเอง ในอธิการนี้ท่านจึงกล่าวไว้ว่าโน อตฺถิปจฺจยา นเหตุปจฺจยา ฯเปฯ โนอวิคตปจฺจยา กมฺเม เทวฺ ฯเปฯ
ถามว่า ก็เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ถือเอาปัจจัยนั่นในฐานะของตนเองเลย.
แก้ว่า เพราะเมื่อปัจจัยทั้งหมดที่เหลือ ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยหนึ่งเท่านั้นย่อมได้โดยอนุโลม
จริงอยู่ นี้เป็นลักษณะในปัจจนียานุโลมนี้ คือเมื่อปัจจัยทั้งหมดตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยใดปัจจัยเดียวเท่านั้นย่อมได้โดยอนุโลมปัจจัยนั้น ท่านจะกล่าวในภายหลัง.
แม้ในคำว่า โนอตฺถิปจฺจยา นเหตุปจฺจยา ฯเปฯ โนอวิคตปจฺจยา อุปฺปนิสฺสเย นว ก็ในนัยนี้เหมือนกัน ก็คำนี้ท่านกล่าวไว้ด้วยอำนาจแห่งปกตูปนิสสยปัจจัย ในทุกแห่งวาระที่มีได้และไม่ได้ ที่ท่านกล่าวไว้ก่อนและภายหลัง พึงทราบโดยนัยนี้แล.
ปัจจนียานุโลมแห่งปัญหาวาระ จบ. วรรณนากุสลติกปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------