อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๘๙

๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๙–๒๒๓35 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อสงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทนิทฺเทโส

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๖ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส

ข้อ ๑๘๙

รูปกฺขนฺเธน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เต ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๗

ข้อ ๑๙๐

เวทนากฺขนฺเธน เย ธมฺมา สญฺญากฺขนฺเธน เย ธมฺมา สงฺขารกฺขนฺเธน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์สังขารขันธ์ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๑๙๑

วิญฺญาณกฺขนฺเธน เย ธมฺมา มนายตเนน เย ธมฺมา จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา ฯเปฯ มโนธาตุยา เย ธมฺมา มโนวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา มนินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณขันธ์ มนายตนะจักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ มนินทรีย์ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑

ข้อ ๑๙๒

จกฺขฺวายตเนน เย ธมฺมา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตเนน เย ธมฺมา จกฺขุธาตุยา เย ธมฺมา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุยา เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘

ข้อ ๑๙๓

ธมฺมายตเนน เย ธมฺมา ธมฺมธาตุยา เย ธมฺมา อิตฺถินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ปุริสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ชีวิตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธัมมายตนะ ธัมมธาตุ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๗

ข้อ ๑๙๔

สมุทยสจฺเจน เย ธมฺมา มคฺคสจฺเจน เย ธมฺมา นิโรธสจฺเจน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสมุทยสัจ มรรคสัจ นิโรธสัจ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๑๙๕

จกฺขุนฺทฺริเยน เย ธมฺมา ฯเปฯ กายินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘

ข้อ ๑๙๖

สุขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ทุกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา โสมนสฺสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา โทมนสฺสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อุเปกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สทฺธินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิริยินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สมาธินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ปญฺญินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อญฺญินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อญฺญาตาวินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อวิชฺชาย เย ธมฺมา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาเรน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๑๙๗

สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาเณน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑

ข้อ ๑๙๘

วิญฺญาณปจฺจยา นามรูเปน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยนามรูปเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗

ข้อ ๑๙๙

นามรูปปจฺจยา สฬายตเนน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสฬายตนะเพราะนามรูปเป็นปัจจัย โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑

ข้อ ๒๐๐

สฬายตนปจฺจยา ผสฺเสน เย ธมฺมา ผสฺสปจฺจยา เวทนาย เย ธมฺมา เวทนาปจฺจยา ตณฺหาย เย ธมฺมา ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาเนน เย ธมฺมา กมฺมภเวน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัยอุปาทานเพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๐๑

อรูปภเวน เย ธมฺมา เนวสญฺญานาสญฺญาภเวน เย ธมฺมา จตุโวการภเวน เย ธมฺมา อิทฺธิปาเทน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอรูปภพ เนวสัญญานา-*สัญญาภพ จตุโวการภพ อิทธิบาท โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๐๒

อสญฺญาภเวน เย ธมฺมา เอกโวการภเวน เย ธมฺมา ชาติยา เย ธมฺมา ชราย เย ธมฺมา มรเณน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอสัญญาภพ เอกโวการภพชาติ ชรา มรณะ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗

ข้อ ๒๐๓

ปริเทเวน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยปริเทวะ โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘

ข้อ ๒๐๔

โสเกน เย ธมฺมา ทุกฺเขน เย ธมฺมา โทมนสฺเสน เย ธมฺมา อุปายาเสน เย ธมฺมา สติปฏฺฐาเนน เย ธมฺมา สมฺมปฺปธาเนน เย ธมฺมา ฌาเนน เย ธมฺมา อปฺปมญฺญาย เย ธมฺมา ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ เย ธมฺมา ปญฺจหิ พเลหิ เย ธมฺมา สตฺตหิ โพชฺฌงฺเคหิ เย ธมฺมา อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน เย ธมฺมา ผสฺเสน เย ธมฺมา เวทนาย เย ธมฺมา สญฺญาย เย ธมฺมา เจตนาย เย ธมฺมา อธิโมกฺเขน เย ธมฺมา มนสิกาเรน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยโสกะ ทุกข์ โทมนัสอุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา อธิโมกข์มนสิการ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๐๕

จิตฺเตน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจิต โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑

ข้อ ๒๐๖

กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อกุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปาเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปากธมฺมธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุปาทินฺนานุปาทานิเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สวิตกฺกสวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อวิตกฺกวิจารมตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปีติสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สุขสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อเสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มหคฺคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปฺปมาเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปริตฺตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มหคฺคตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปฺปมาณารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา หีเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปณีเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มิจฺฉตฺตนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺมตฺตนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคาธิปตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อตีตารมฺเมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนาคตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อชฺฌตฺตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา พหิทฺธารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยกุศลธรรม อกุศลธรรมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม อทุกขมสุขเวทนา-*สัมปยุตตธรรม วิปากธรรม วิปากธัมมธรรม อนุปาทินนานุปาทานิย-*ธรรม สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกธรรม สวิตักกสวิจาร-*ธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรม อุเปกขา-*สหคตธรรม ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสน-*ปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาจยคามีธรรม อปจย-*คามีธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรม มหัคคตธรรม อัปปมาณธรรม ปริตตา-*รัมมณธรรม มหัคคตารัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณธรรม หีนธรรมปณีตธรรม มิจฉัตตนิยตธรรม สัมมัตตนิยตธรรม มัคคารัมมณธรรมมัคคเหตุกธรรม มัคคาธิบดีธรรม อตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรมปัจจุปันนารัมมณธรรม อัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรมอัชฌัตตพหิทธารัมมณธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๐๗

สนิทสฺสนสปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘

ข้อ ๒๐๘

เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตูหิ เจว สเหตุเกหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตูหิ เจว เหตุสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเหตุธรรม เหตุสเหตุก-*ธรรม เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๐๙

สเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สเหตุเกหิ เจว น จ เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺเตหิ เจว น จ เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา น เหตูหิ ธมฺเมหิ สเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสเหตุกธรรม เหตุ-*สัมปยุตตธรรม สเหตุกนเหตุธรรม เหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม นเหตุสเหตุกธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๑๐

อปฺปจฺจเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อสงฺขเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอัปปัจจยธรรม อสังขต-*ธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๑๑

สนิทสฺสเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสนิทัสสนธรรม สัปปฏิฆ-*ธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนะสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘

ข้อ ๒๑๒

รปีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปีธรรม โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗

ข้อ ๒๑๓

อรูปีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โลกุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอรูปีธรรม โลกุตตรธรรมโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๑๔

อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสเวหิ เจว สาสเวหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสเวหิ เจว อาสวสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอาสวธรรม อาสวสาสว-*ธรรม อาสวอาสวสัมปยุตตธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๑๕

อนาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺเตหิ เจว โน จ อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺเตหิ อนาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอนาสวธรรม อาสวสัม-*ปยุตตธรรม อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๑๖

สญฺโญชเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา คนฺเถหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โอเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โยเคหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นีวรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาเสหิ เจว ปรามฏฺเฐหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสัญโญชนธรรม คันถ-*ธรรม โอฆธรรม โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาส-*ปรามัฏฐธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๑๗

อปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาสสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺเตหิ อปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอปรามัฏฐธรรม ปรามาส-*สัมปยุตตธรรม ปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม สารัมมณธรรมโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๑๘

อนารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โน จิตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตวิปฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตวิสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสมุฏฺฐาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสหภูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตานุปริวตฺตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา พาหิเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อุปาทาธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอนารัมมณธรรม โนจิตต-*ธรรม จิตตวิปปยุตตธรรม จิตตวิสังสัฏฐธรรม จิตตสมุฏฐานธรรมจิตตสหภูธรรม จิตตานุปริวัตติธรรม พาหิรธรรม อุปาทาธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗

ข้อ ๒๑๙

จิตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจิตตธรรม โดย ขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑

ข้อ ๒๒๐

เจตสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเจตสิกธรรม จิตตสัม-*ปยุตตธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตต-*สังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๒๑

อชฺฌตฺติเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอัชฌัตติกธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑

ข้อ ๒๒๒

อุปาทาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว สงฺกิเลสิเกหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว สงฺกิลิฏฺเฐหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เต ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอุปาทานธรรม กิเลส-*ธรรม กิเลสสังกิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม กิเลสกิเลสสัมปยุตต-*ธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนะสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๒๓

อสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺเฐหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺเตหิ อสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สวิตกฺเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สปฺปีติเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปีติสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สุขสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา น กามาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา รูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อรูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปริยาปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นิยฺยานิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา เต ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ รูปญฺจ ธมฺมายตนํ ธมฺมธาตุ อิตฺถี ปุมํ ชีวิตํ นามรูปํ เทฺว ภวา ชาติ ชรา มจฺจุ รูปํ อนารมฺมณํ โน จิตฺตํ จิตฺเตน วิปฺปยุตฺตํ วิสํสฏฺฐํ สมุฏฺฐานํ สหภุ อนุปริวตฺติ พาหิรํ อุปาทา เทฺว วีสติ เอส นโย สุพุทฺโธ ฯ อสงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ ----------------

ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอสังกิเลสิกธรรม สังกิลิฏฐธรรม กิเลสสัมปยุตตธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลส-*สัมปยุตตโนกิเลสธรรม กิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรม ทัสสนปหาตัพพ-*ธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนา-*ปหาตัพพเหตุกธรรม สวิตักกธรรม สวิจารธรรม สัปปีติกธรรม ปีติสหคต-*ธรรม สุขสหคตธรรม อุเปกขาสหคตธรรม นกามาวจรธรรม รูปาวจรธรรมอรูปาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม นิยยานิกธรรม นิยตธรรม อนุตตร-*ธรรม สรณธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ข้อธรรมในอสังคหิเตนอสังคหิตบท รูป ธัมมายตนะ ธัมมธาตุ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์นามรูป ภพ ๒ ชาติ ชรา มรณะ รูป อนารัมมณธรรม โนจิตตะจิตตวิปปยุตตะ วิสังสัฏฐะ สมุฏฐานะ สหภู อนุปริวัตติ พาหิระอุปาทา รวม ๒๒ นัย นี้เป็นนัยที่ให้รู้ได้ง่าย อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส จบ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส ๕. ปัญจมนัย ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส

ข้อ ๑๙๓

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับรูปขันธ์ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

ข้อ ๑๙๔

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๑๙๕

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับวิญญาณขันธ์ มนายตนะ จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุมโนวิญญาณธาตุ มนินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑

ข้อ ๑๙๖

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับจักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘

ข้อ ๑๙๗

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับธัมมายตนะ ธัมมธาตุ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

ข้อ ๑๙๘

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสมุทยสัจ มัคคสัจ นิโรธสัจ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๑๙๙

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับจักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘

ข้อ ๒๐๐

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารที่เกิดเพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๐๑

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับวิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑

ข้อ ๒๐๒

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับนามรูปที่เกิดเพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

ข้อ ๒๐๓

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสฬายตนะที่เกิดเพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑

ข้อ ๒๐๔

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาที่เกิดเพราะ มีผัสสะเป็นปัจจัย ตัณหาที่เกิดเพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานที่ เกิดเพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพที่เกิดเพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๐๕

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับอรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุโวการภพ อิทธิบาท สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๐๖

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับอสัญญาภพ เอกโวการภพ ชาติ ชรา มรณะ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

ข้อ ๒๐๗

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับปริเทวะ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘

ข้อ ๒๐๘

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับโสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา อธิโมกข์ มนสิการ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส ๑. ติกะ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๐๙

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับจิต สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑๑. ติกะ

ข้อ ๒๑๐

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นวิบาก สภาวธรรมที่ เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้า หมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาว- ธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมที่ ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วย มรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส ๑. ติกะ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่เป็น เหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน สภาว- ธรรมที่เป็นของเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคล สภาวธรรม ที่เป็นมหัคคตะ สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ สภาวธรรมที่มีปริตตะ เป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มี อัปปมาณะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมชั้นต่ำ สภาวธรรมชั้นประณีต สภาว- ธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็น เหตุ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดี สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรม เป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนและภาย นอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๑๑

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส ๒. ทุกะ ๒. ทุกะ

ข้อ ๒๑๒

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุสภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๑๓

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่มีเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๑๔

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๑๕

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เห็นได้ สภาวธรรมที่กระทบได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส ๒. ทุกะ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘

ข้อ ๒๑๖

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นรูป สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

ข้อ ๒๑๗

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๑๘

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๑๙

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาว- ธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส ๒. ทุกะ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๒๐

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ สภาวธรรมที่เป็นคันถะ สภาว-ธรรมที่เป็นโอฆะ สภาวธรรมที่เป็นโยคะ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์สภาวธรรมที่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๒๑

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

ข้อ ๒๒๒

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่มี จิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่เกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่เป็นไป ตามจิต สภาวธรรมที่เป็นภายนอก สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส ๒. ทุกะ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

ข้อ ๒๒๓

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นจิต สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑

ข้อ ๒๒๔

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นเจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตสภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานสภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาว-ธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๒๕

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นภายในตน สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] ๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส ๒. ทุกะ

ข้อ ๒๒๖

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน สภาวธรรมที่เป็นกิเลส สภาว-ธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

ข้อ ๒๒๗

สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมอง สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสสภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรม ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วย มรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจาร สภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาว- ธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็น อรูปาวจร สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่เป็นเหตุ นำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่ไม่มี ธรรมอื่นยิ่งกว่า สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๕. ปัญจมนัย] รวมบทธรรมในปัญจมนัย ๒๒ บท รวมบทธรรมในปัญจมนัย ๒๒ บท รูป ๑ ธัมมายตนะ ๑ ธัมมธาตุ ๑ อิตถินทรีย์ ๑ ปุริสินทรีย์ ๑ ชีวิตินทรีย์ ๑ นามรูป ๑ ภพ ๒ (อสัญญีภพและเอกโวการภพ) ชาติ ๑ ชรา ๑ มรณะ ๑ บทที่เป็นรูป ๑ อนารัมมณบท ๑ โนจิตตบท ๑ จิตตวิปปยุตตบท ๑ จิตตวิสังสัฏฐบท ๑ จิตตสมุฏฐานบท ๑ จิตตสหภูบท ๑ จิตตานุปริวัตติบท ๑ พาหิรบท ๑ อุปาทาบท ๑ นัย ๒๒ บทนี้เป็นวิสัยแห่งปุจฉาและวิสัชนา อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทสที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ ในอรรถกถาได้แสดงอุททานคาถาไว้โดยสมบูรณ์ดังนี้ :- @ รวมบทธรรมในปัญจมนัย ๒๕๗ บท @ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ สัจจะ ๓ @อินทรีย์ ๒๒ ปฏิจจสมุปบาท ๒๓ @ ต่อจากปฏิจจสมุปบาท ๑๖ ในติกะ ๔๓ บท @ในโคจฉกะ ๗๒ บท ในจูฬันตรทุกะ ๗ @ในมหันตรทุกะ ๑๘ ปิฏฐิทุกะ ๑๘ @พึงทราบว่าที่เหลือท่านไม่กล่าวไว้ ณ ที่นี้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๙๓/๑๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๘}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส

บัดนี้ เพื่อจำแนก อสังคหิเตน อสังคหิตบท พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสแห่งบทนั้น บทใดนับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสามารถแห่งขันธ์เป็นต้น ด้วยบทอันสงเคราะห์ไม่ได้โดยขันธ์เป็นต้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำปุจฉาวิสัชนา ซึ่งการสงเคราะห์บทนั้นนั่นแหละ ด้วยขันธ์เป็นต้นอีก.

บท (อสังคหิเตน อสังคหิตะ) นั้นย่อมไม่ประกอบในบททั้งหลายมีทุกขสัจจะเป็นต้น อันเป็นไปด้วยขันธ์ ๕ และในบททั้งหลายอันมีอนิทัสสนาปปฏิฆะเป็นต้น อันเป็นไปด้วยสุขุมรูป กับด้วยวิญญาณ. เพราะพระนิพพานไม่พึงสงเคราะห์เข้าเป็นขันธ์ได้โดยบทเช่นนั้น. ส่วนบทที่เหลือ ชื่อว่าเป็นธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยขันธ์เป็นต้น ย่อมไม่มี ฉะนั้น บททั้งหลายอันมีรูปเช่นนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาในวาระนี้. ก็แต่บทเหล่าใดไม่แสดงวิญญาณในขันธ์ ๕ โดยรวมกับสุขุมรูป บทเหล่านั้นพระองค์ทรงถือเอาในที่นี้.

บัณฑิตพึงทราบอุทานแห่งบทเหล่านั้นดังนี้.

"สพฺเพ ขนฺธา ตถายตน- ธาตุโย สจฺจโต ตโย อินฺทฺริยานิปิ สพฺพานิ เตวีสติ ปฏิจฺจโต. ปรโต โสฬส ปทา เตจตฺตาฬีสกตฺติเก โคจฺฉเก สตฺตติ เทฺว จ สตฺต จูฬนฺตเร ปทา. มหนฺตเร ปทา วุตฺตา อฏฺฐารส ตโต ปรํ อฏฺฐารเสว ญาตพฺพา เสสา อิธ น ภาสิตา". แปลว่า ขันธ์ทั้งหมด อายตนะทั้งหมด ธาตุทั้งหมด สัจจะ ๓ (คือสมุทยสัจจะ นิโรธสัจจะ มัคคสัจจะ) อินทรีย์ทั้งหมดปฏิจจสมุปบาท ๒๓ (เว้นอุปปัตติภวะ กามภวะ รูปภวะ สัญญีภวะ ปัญจโวการภวะ) ต่อจากปฏิจจสมุปบาทอีก ๑๖ บท (คือสติปัฏฐานเป็นต้น จนถึงมนสิการเป็นที่สุด)ในติกะ ๔๓ บท ในโคจฉกะ ๗๒ บท ในจูฬันตรทุกะ ๗ บท ในมหันตรทุกะ ๑๘ บท ข้างหน้านี้อีก ๑๘ บท (คือปิฏฐิทุกะ) รวมทั้งหมด ๒๕๗ บทบทที่เหลือ พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงแสดงไว้ในนิทเทสนี้.

ก็ในนิทเทสนี้ ปัญหาแม้ทั้งหมดมี ๓๔ พร้อมกับบทที่ทรงรวบรวมไว้ด้วยสามารถแห่งคำวิสัชนาทำนองเดียวกัน. ในนิทเทสแห่งบทเหล่านั้น บทใด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา บทนั้นนั่นแหละสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่าใดมีขันธ์เป็นต้นทรงหมายเอาธรรมเหล่านั้น จึงตรัสว่า "เอเกน ขนฺเธน" เป็นอาทิ.

ในข้อนี้ พึงทราบนัยดังนี้ว่า ขันธ์ ๔ นิพพาน ๑ นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยขันธ์สงเคราะห์ ยกเว้นวิญญาณแล้ว ธรรมที่เหลือนับสงเคราะห์ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะและธาตุ เพราะฉะนั้น วิญญาณนั่นแหละ ชื่อว่าสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แม้โดยการสงเคราะห์ทั้ง ๓ มีขันธ์สงเคราะห์เป็นต้น. ขันธ์ ๔ ก็นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยนิพพาน กับด้วยวิญญาณ โดยการสงเคราะห์เข้าเป็นขันธ์เป็นต้น. ธรรมแม้เหล่านั้นทั้งหมด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณนั่นแหละ โดยขันธ์สงเคราะห์เป็นต้นอีก ฉะนั้น ธรรมเหล่านั้น จึงชื่อว่านับสงเคราะห์ไม่ได้ ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗.

อีกนัยหนึ่ง วิญญาณใดนั้นนั่นแหละ นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยการสงเคราะห์ทั้ง ๓ มีขันธ์สงเคราะห์เป็นต้น รูปธรรมเหล่านั้นเทียว ก็สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณธรรม แม้เหล่านั้น โดยการสงเคราะห์ทั้ง ๓. และรูปธรรมเหล่านั้นก็นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณ โดยการสงเคราะห์ทั้ง ๓ อีก. ด้วยว่าวิญญาณ เมื่อว่าโดยขันธ์ เป็นวิญญาณขันธ์ ๑ เมื่อว่าโดยอายตนะ เป็นมนายตนะ ๑ เมื่อว่าโดยธาตุ เป็นวิญญาณธาตุ ๗ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า "เอเกน ขนฺเธน" เป็นอาทิ.

โดยอุบายนี้ ในบททั้งปวง บทใด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา บทนั้นนั่นแหละ นับสงเคราะห์ไม่ได้ โดยธรรมเหล่าใดด้วยสามารถแห่งขันธ์เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบขันธ์เป็นต้น ที่สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น.

ในนิทเทสนั้น ปัญหาที่ ๒ พึงทราบด้วยสามารถแห่งรูป และวิญญาณก่อน เพราะว่า เวทนาเป็นต้น นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปและวิญญาณนั่นแหละ โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์เป็นต้น. ด้วยว่า ขันธ์ทั้ง ๒ เหล่านั้นเป็นอายตนะ ๑๑ เป็นธาตุ ๑๗.

ในปัญหาที่ ๓ วิญญาณ นับสงเคราะห์ไม่ได้ ด้วยขันธ์ ๔ มีรูปขันธ์เป็นต้น ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบธรรมทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น.

ในปัญหาที่ ๔ พึงทราบธรรมทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้น ในปัญหาทั้งปวงโดยนัยนี้ว่า จักขวายตนะ นับสงเคราะห์ไม่ได้ โดยขันธ์ ๔ มีเวทนาเป็นต้น. ในปริโยสานธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในอุทานคาถานั่นแหละว่า "รูปํ ธมฺมายตนํ" เป็นอาทิ เป็นการแสดงย่อไว้โดยอาการอื่นฉะนี้แล.

จบอรรถกถาอสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา