อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๑๕–๓๔๘34 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๖ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยวิญญาณขันธ์ มนายตนะ จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสมุทยสัจ มรรคสัจ ธรรม เหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยมนินทรีย์ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยอุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๖ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย วิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ผัสสะเพราะสฬายตนะ- *เป็นปัจจัย ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัยธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ตัณหาเพราะเวทนาเป็น-*ปัจจัย อุปาทานเพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย โสกะ ทุกขะ โทมนัส ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อิทธิบาท ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๒ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ฌาน ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ผัสสะ เจตนา มนสิการ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เวทนา สัญญา ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย จิต ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อธิโมกข์ ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๒ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สุขเวทนาสัมปยุตตธรรมทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักก-*วิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สุขสหคตธรรม อุเปกขาสหคต-*ธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เหตุธรรม เหตุสเหตุกธรรมเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สเหตุกนเหตุธรรม เหตุ-*สัมปยุตตนเหตุธรรม นเหตุสเหตุกธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อาสวธรรม อาสวสาสวธรรมอาสวอาสวสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรมธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สัญโญชนธรรม คันถธรรม โอฆธรรม โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาสปรามัฏฐธรรมธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ปรามาสสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย จิตตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตต-*ธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน-*สหภูธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อุปาทานธรรม กิเลสธรรมกิเลสสังกิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรมธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรมกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสธรรม สวิตักกธรรม สวิจารธรรม สัปปีติกธรรมปีติสหคตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง

ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สุขสหคตธรรม อุเปกขา-*สหคตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส จบ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๙. นวมนัย] ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส ๙. นวมนัย ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส

ข้อ ๓๑๙

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๐

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยวิญญาณขันธ์ มนายตนะ จักขุวิญญาณ-ธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๑

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสมุทยสัจ มัคคสัจ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๒

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยมนินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๓

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และ สัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๙. นวมนัย] ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส

ข้อ ๓๒๔

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอุเปกขินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๖ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๕

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารที่เกิดเพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๖

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยวิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๗

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๘

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยเวทนาที่เกิดเพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๒๙

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยตัณหาที่เกิดเพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานที่เกิดเพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพ สภาวธรรมเหล่าใด สัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๙. นวมนัย] ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๐

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยโสกะ ทุกข์ โทมนัส สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๑

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๒

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอิทธิบาท สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๒ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๓

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยฌาน สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๔

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วย สภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๙. นวมนัย] ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส

ข้อ ๓๓๕

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยผัสสะ เจตนา มนสิการ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๖

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยเวทนา สัญญา สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๗

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๘

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอธิโมกข์ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๒ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๓๙

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขม-สุขเวทนา สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๐

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาว- ธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรม เหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๙. นวมนัย] ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส

ข้อ ๓๔๑

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาว-ธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๒

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๓

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาว-ธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๔

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๕

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๖

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ สภาวธรรม ที่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นโอฆะ สภาวธรรมที่เป็นโยคะ สภาวธรรม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๙. นวมนัย] ๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส ที่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและ เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรม เหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๗

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาส สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๘

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นจิต สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๔๙

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

ข้อ ๓๕๐

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน สภาวธรรมที่ เป็นกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรม ที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุต ด้วยกิเลส สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๙. นวมนัย] รวมบทธรรมในนวมนัย ๑๒๐ บท

ข้อ ๓๕๑

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจาร สภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๕๒

สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาว- ธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรม เหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน รวมบทธรรมในนวมนัย ๑๒๐ บท อรูปขันธ์ ๔ มนายตนะ ๑ วิญญาณธาตุ ๗ สัจจะ ๒ อินทรีย์ ๑๔ ปัจจยาการ ๑๒ บทที่ต่อจากปัจจยาการนั้น ๑๖ บท ในติกะ ๘ บท ในโคจฉกะ ๔๓ บท ในมหันตรทุกะ ๗ บท ในปิฏฐิทุกะ ๖ บท บทธรรมเหล่านี้สงเคราะห์เข้าในนวมนิทเทสดังนี้ สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทสที่ ๙ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๙}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส

บัดนี้ เพื่อจำแนกบท สัมปยุตเตน สัมปยุตตะ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "เวทนากฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น บทใดสัมปยุตด้วยสามารถแห่งขันธ์เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำปุจฉาวิสัชนาสัมปโยคะบทนั้นนั่นแหละด้วยขันธ์เป็นต้นอีก.

บท (สัมปยุตเตน สัมปยุตตะ) นั้น ย่อมไม่ประกอบด้วยรูปหรือด้วยบททั้งหลายอันเจือด้วยรูป หรือด้วยบทอันสงเคราะห์ด้วยรูปขันธ์ทั้งหมดเพราะว่า สัมปโยคะของธรรมเหล่าอื่นด้วยรูป หรือด้วยธรรมอันเจือด้วยรูป ไม่มี, บทอื่นก็ไม่มีนั่นแหละ เพราะความที่ขันธ์เป็นต้น อันควรแก่สัมปโยคะทั้งหมดท่านถือเอาด้วยธรรมอันสงเคราะห์กับด้วยอรูปขันธ์ทั้งปวง.

บทใดพึงถึงการประกอบกับบทนั้น ฉะนั้นบทเช่นนั้น ท่านไม่ถือเอาในที่นี้. แต่บทเหล่าใด ย่อมส่องถึงเอกเทศแห่งอรูปอันไม่เจือด้วยรูป บทเหล่านั้น ทรงถือเอาในนิทเทสนี้.

พึงทราบอุทานของบทเหล่านั้น ดังนี้

"อรูปกฺขนฺธา จตฺตาโร มนายตนเมว จ วิญฺญาณธาตุโย สตฺต เทฺว สจฺจา จุทฺทสินฺทฺริยา. ปจฺจเย ทฺวาทส ปทา ตโต อุปริ โสฬส ติเกสุ อฏฺฐ โคจฺฉเก เตจตฺตาฬีสเมว จ. มหนฺตรทุเก สตฺตา ปทาปิฏฺฐิทุเกสุ ฉ นวมสฺส ปทสฺเสเต นิทฺเทเส สงฺคหํ คตา". แปลว่า นามขันธ์ ๔ มนายตนะ ๑ วิญญาณธาตุ ๗ สัจจะ ๒ (คือสมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ) อินทรีย์ ๑๔ (คือมนินทรีย์เป็นต้น ถึงอัญญาตาวินทรีย์เป็นที่สุด)ปฏิจจสมุปบาท ๑๒ (คืออวิชชา สังขาร วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ตัณหาอุปาทาน กัมมภวะ โสกะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาสะ)ต่อจากนั้น ปฏิจจสมุปบาท ๑๖ บท (คือสติปัฏฐานเป็นต้น จนถึงมนสิการเป็นที่สุด) ในติกะ ๘ บท (คือเวทนาติกะ ๓ บท วิตักกติกะ ๒ บท ได้แก่ปฐมบทและทุติยบท และปีติติกะ ๓ บท) ในโคจฉกะ ๔๓ บท (คือเหตุโคจฉกะ ๖ บท อาสวโคจฉกะ ๔ บท สัญโญชนโคจฉกะ ๔ บท คันถโคจฉกะ ๔ บท โอฆโคจฉกะ ๔ บทโยคโคจฉกะ ๔ บท นีวรณโคจฉกะ ๔ บท ปรามาสโคจฉกะ ๓ บท อุปาทานโคจฉกะ ๔ บท กิเลสโคจฉกะ ๖ บท)ในมหันตรทุกะ ๗ บท (คือจิตตบท เจตสิกบท จิตตสัมปยุตตบท จิตตสังสัฏฐบท จิตตสัฏฐสมุฏฐานบท จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูบท จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติบท)ในปิฏฐิทุกะ ๖ บท (คือสวิตักกบท สวิจารบท สัปปีติกบท ปีติสหคตบท สุขสหคตบท อุเปกขาสหคตบท) ธรรมทั้งหลาย (๑๒๐ บท) ถึงการสงเคราะห์แห่งบทที่ ๙.

ก็ในปัญหาทั้งปวง ธรรมเหล่าใดทรงยกขึ้นเพื่อปุจฉา ธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยธรรมเหล่าใด มีอยู่ บัณฑิตพึงทราบประเภทแห่งธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น. เพราะว่า นามขันธ์ ๓ นอกนี้ สัมปยุตด้วยเวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์ก็สัมปยุตด้วยขันธ์เหล่านั้นอีกคือเวทนาขันธ์นั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ มีสัญญาขันธ์เป็นต้นเหล่านั้น ด้วยมนายตนะ ๑ ด้วยวิญญาณธาตุ ๗ และด้วยสัญญา สังขารทั้งหลายบางอย่างนั่นแหละในธัมมายตนะและธัมมธาตุ.

ในปัญหาทั้งปวง ก็นัยนี้นั่นแหละ ดังนี้แล.

จบอรรถกถาสัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา