สุญญตวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ สุญญตวาร
๙๙ก็ ธรรม ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อาหาร อินทรีย์ ฌาน มรรค พละ เหตุผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์มนายตนะ มนินทรีย์ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมายตนะ ธรรมธาตุ มีในสมัยนั้น หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีอยู่ในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.
๑๐๐ธรรม มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้ชื่อว่า ธรรม มีในสมัยนั้น.
๑๐๑ขันธ์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้ชื่อว่า ขันธ์มีในสมัยนั้น.
๑๐๒อายตนะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? มนายตนะ ธัมมาตนะ เหล่านี้ชื่อว่า อายตนะ มีในสมัยนั้น.
๑๐๓ธาตุ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? มโนวิญญาณธาตุ ธรรมธาตุ เหล่านี้ชื่อว่า ธาตุ มีในสมัยนั้น.
๑๐๔อาหาร มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้ชื่อว่า อาหาร มีในสมัยนั้น.
๑๐๕อินทรีย์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมมนัสสินทรีย์ชีวิตินทรีย์ เหล่านี้ชื่อว่า อินทรีย์ มีในสมัยนั้น.
๑๐๖ฌาน มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา นี้ชื่อว่า ฌาน มีในสมัยนั้น.
๑๐๗มรรค มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ นี้ชื่อว่า มรรคมีในสมัยนั้น.
๑๐๘พละ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? สัทธาพละ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ หิริพละ โอตตัปปพละเหล่านี้ชื่อว่า พละ มีในสมัยนั้น.
๑๐๙เหตุ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? อโลภะ อโทสะ อโมหะ เหล่านี้ชื่อว่า เหตุ มีในสมัยนั้น.
๑๑๐ผัสสะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า ผัสสะ มีในสมัยนั้น.
๑๑๑เวทนา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า เวทนา มีในสมัยนั้น.
๑๑๒สัญญา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า สัญญา มีในสมัยนั้น.
๑๑๓เจตนา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า เจตนา มีในสมัยนั้น.
๑๑๔จิต มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า จิต มีในสมัยนั้น.
๑๑๕เวทนาขันธ์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า เวทนาขันธ์ มีในสมัยนั้น.
๑๑๖สัญญาขันธ์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า สัญญาขันธ์ มีในสมัยนั้น.
๑๑๗สังขารขันธ์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า สังขารขันธ์ มีในสมัยนั้น.
๑๑๘วิญญาณขันธ์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า วิญญาณขันธ์ มีในสมัยนั้น.
๑๑๙มนายตนะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า มนายตนะ มีในสมัยนั้น.
๑๒๐มนินทรีย์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า มนินทรีย์ มีในสมัยนั้น.
๑๒๑มโนวิญญาณธาตุ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่า มโนวิญญาณธาตุ มีในสมัยนั้น.
๑๒๒ธัมมายตนะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ นี้ชื่อว่า ธัมมายตนะ มีในสมัยนั้น.
๑๒๓ธรรมธาตุ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน? เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ นี้ชื่อว่า ธรรมธาตุ มีในสมัยนั้น.
๑๒๔หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีอยู่ในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล. สุญญตวาร จบ จิตดวงที่ ๑ จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุญญตวาร
สภาวธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อาหาร อินทรีย์ ฌาน มรรคพละ เหตุ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ มนายตนะ มนินทรีย์ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมายตนะ และธัมมธาตุในสมัยนั้น หรือสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปซึ่งอิงอาศัยกันเกิดขึ้นแม้อื่นในสมัยนั้นสภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
สภาวธรรม ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ เหล่านี้ชื่อว่าสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ เหล่านี้ชื่อว่าขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
อายตนะ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน มนายตนะ และธัมมายตนะ เหล่านี้ชื่อว่าอายตนะที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๑. จิตตุปปาทกัณฑ์] กุศลบท กามาวจรกุศลจิตดวงที่ ๑ สุญญตวาร
ธาตุ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน มโนวิญญาณธาตุ และธัมมธาตุ เหล่านี้ชื่อว่าธาตุที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
อาหาร ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และวิญญาณาหาร เหล่านี้ชื่อว่าอาหารที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
อินทรีย์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์โสมนัสสินทรีย์ และชีวิตินทรีย์ เหล่านี้ชื่อว่าอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ฌาน ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา นี้ชื่อว่าฌานที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
มรรค ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธินี้ชื่อว่ามรรคที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
พละ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน สัทธาพละ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ หิริพละ และโอตตัปปพละ เหล่านี้ชื่อว่าพละที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เหตุ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน อโลภะ อโทสะ และอโมหะ เหล่านี้ชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ผัสสะ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าผัสสะที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เวทนา ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าเวทนาที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
สัญญา ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าสัญญาที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เจตนา ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าเจตนาที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๑. จิตตุปปาทกัณฑ์] กุศลบท กามาวจรกุศลจิตดวงที่ ๑ สุญญตวาร
จิต ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าจิตที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เวทนาขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าเวทนาขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
สัญญาขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าสัญญาขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
สังขารขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าสังขารขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
วิญญาณขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
มนายตนะ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่ามนายตนะที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
มนินทรีย์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่ามนินทรีย์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
มโนวิญญาณธาตุ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่ามโนวิญญาณธาตุที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ธัมมายตนะ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ นี้ชื่อว่าธัมมายตนะที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ธัมมธาตุ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ นี้ชื่อว่าธัมมธาตุที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นหรือสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปซึ่งอิงอาศัยกันเกิดขึ้นแม้อื่นในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล สุญญตวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๕๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อธิบายสุญญตวาร จิตดวงที่ ๑
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มสุญญตวาร มีคำว่า ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺติ ดังนี้. สุญญตวารนั้นกำหนดไว้ ๒ อย่าง ด้วยสามารถแห่งอุทเทสและนิทเทส. บรรดาอุทเทสและนิทเทสเหล่านั้น วาระว่าด้วยอุทเทสจัดไว้เป็น ๒๔ ส่วน รวมทั้งบทว่า ธมฺมา โหนฺติ. ก็ในส่วนทั้งปวง ท่านมิได้กล่าวกำหนดนับว่า เป็น ๔ เป็น ๒ และเป็น ๓ ดังนี้.
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะกำหนดไว้ในสังคหวารแล้ว ด้วยว่า ธรรมทั้งหลายที่กำหนดไว้ในสังคหวารนั้นนั่นแหละท่านก็กล่าวไว้ แม้ในสุญญตวารนี้
จริงอยู่ ในสุญญตวารนี้ ย่อมไม่ได้สัตว์ หรือภาวะ หรืออัตตา. ก็ธรรมทั้งหลาย ตรัสไว้เพื่อแสดงสุญญตา (ความว่าง) นี้ว่า ธรรมเหล่านี้สักว่าเป็นธรรม ไม่มีสาระ ไม่เป็นปริณายก เพราะฉะนั้น ในวาระแห่งอุทเทสนี้ พึงทราบเนื้อความ อย่างนี้ว่า
ในสมัยใด กามาวจรมหากุศลจิต ดวงที่ ๑ ย่อมเกิดขึ้น ธรรมเกิน ๕๐ ที่เกิดขึ้นด้วยองค์ประกอบของจิต ในสมัยนั้น ธรรมนั่นแหละย่อมมี ด้วยอรรถว่าเป็นสภาวะ ไม่ใช่อะไรๆ อื่น คือไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ภาวะ ไม่ใช่ชีวะ ไม่ใช่โปสะ ไม่ใช่บุคคล.
อนึ่ง ธรรมนั้นย่อมชื่อว่าขันธ์ เพราะอรรถว่าเป็นกอง.
ในบททั้งปวงพึงทราบการประกอบเนื้อความโดยนัยก่อนนั่นแหละ ด้วยประการฉะนี้.
ก็เพราะองค์ฌานอื่นจากฌาน หรือว่าองค์มรรคอื่นจากมรรคไม่มี ฉะนั้น ในที่นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ฌานย่อมมี มรรคย่อมมี ดังนี้. จริงอยู่ ที่ชื่อว่าฌาน ก็เพราะอรรถว่าการเข้าไปเพ่งโดยแท้ ที่ชื่อว่ามรรค ก็เพราะอรรถว่าเป็นเหตุนั่นแหละ สัตว์หรือว่าภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งอื่นไม่มี. พึงทราบการประกอบเนื้อความในบททั้งปวงอย่างนี้ด้วยประการฉะนี้.
นิทเทสวารมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบสุญญตวาร และจบการพรรณนาอรรถแห่งปฐมจิต ซึ่งอธิบายแล้วประดับด้วยมหาวารทั้ง ๓. -----------------------------------------------------