สุญญตวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๙๙ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺติ ขนฺธา โหนฺติ อายตนานิ โหนฺติ ธาตุโย โหนฺติ อาหารา โหนฺติ อินฺทฺริยานิ โหนฺติ ฌานํ โหติ มคฺโค โหติ พลานิ โหนฺติ เหตู โหนฺติ ผสฺโส โหติ เวทนา โหติ สญฺญา โหติ เจตนา โหติ จิตฺตํ โหติ เวทนากฺขนฺโธ โหติ สญฺญากฺขนฺโธ โหติ สงฺขารกฺขนฺโธ โหติ วิญฺญาณกฺขนฺโธ โหติ มนายตนํ โหติ มนินฺทฺริยํ โหติ มโนวิญฺญาณธาตุ โหติ ธมฺมายตนํ โหติ ธมฺมธาตุ โหติ เย วา ปน ตสฺมึ สมเย อญฺเญปิ อตฺถิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา อรูปิโน ธมฺมา อิเม ธมฺมา กุสลา ฯ
๑๐๐กตเม ตสฺมึ สมเย ธมฺมา โหนฺติ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ตสฺมึ สมเย ธมฺมา โหนฺติ ฯ
๑๐๑กตเม ตสฺมึ สมเย ขนฺธา โหนฺติ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ วิญฺญาณกฺขนฺโธ อิเม ตสฺมึ สมเย ขนฺธา โหนฺติ ฯ
๑๐๒กตมานิ ตสฺมึ สมเย อายตนานิ โหนฺติ มนายตนํ ธมฺมายตนํ อิมานิ ตสฺมึ สมเย อายตนานิ โหนฺติ ฯ
๑๐๓กตมา ตสฺมึ สมเย ธาตุโย โหนฺติ มโนวิญฺญาณธาตุ ธมฺมธาตุ อิมา ตสฺมึ สมเย ธาตุโย โหนฺติ ฯ
๑๐๔กตเม ตสฺมึ สมเย อาหารา โหนฺติ ผสฺสาหาโร มโนสญฺเจตนาหาโร วิญฺญาณาหาโร อิเม ตสฺมึ สมเย อาหารา โหนฺติ ฯ
๑๐๕กตมานิ ตสฺมึ สมเย อินฺทฺริยานิ โหนฺติ สทฺธินฺทฺริยํ วิริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิมานิ ตสฺมึ สมเย อินฺทฺริยานิ โหนฺติ ฯ
๑๐๖กตมํ ตสฺมึ สมเย ฌานํ โหติ วิตกฺโก วิจาโร ปีติ สุขํ จิตฺตสฺเสกคฺคตา อิทํ ตสฺมึ สมเย ฌานํ โหติ ฯ
๑๐๗กตโม ตสฺมึ สมเย มคฺโค โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ อยํ ตสฺมึ สมเย มคฺโค โหติ ฯ
๑๐๘กตมานิ ตสฺมึ สมเย พลานิ โหนฺติ สทฺธาพลํ วิริยพลํ สติพลํ สมาธิพลํ ปญฺญาพลํ หิรีพลํ โอตฺตปฺปพลํ อิมานิ ตสฺมึ สมเย พลานิ โหนฺติ ฯ
๑๐๙กตเม ตสฺมึ สมเย เหตู โหนฺติ อโลโภ อโทโส อโมโห อิเม ตสฺมึ สมเย เหตู โหนฺติ ฯ
๑๑๐กตโม ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ ฯ
๑๑๑กตมา ตสฺมึ สมเย เวทนา โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย เวทนา โหติ ฯ
๑๑๒กตมา ตสฺมึ สมเย สญฺญา โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย สญฺญา โหติ ฯ
๑๑๓กตมา ตสฺมึ สมเย เจตนา โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย เจตนา โหติ ฯ
๑๑๔กตมํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ โหติ ฯเปฯ อิทํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ โหติ ฯ
๑๑๕กตโม ตสฺมึ สมเย เวทนากฺขนฺโธ โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย เวทนากฺขนฺโธ โหติ ฯ
๑๑๖กตโม ตสฺมึ สมเย สญฺญากฺขนฺโธ โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย สญฺญากฺขนฺโธ โหติ ฯ
๑๑๗กตโม ตสฺมึ สมเย สงฺขารกฺขนฺโธ โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย สงฺขารกฺขนฺโธ โหติ ฯ
๑๑๘กตโม ตสฺมึ สมเย วิญฺญาณกฺขนฺโธ โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย วิญฺญาณกฺขนฺโธ โหติ ฯ
๑๑๙กตมํ ตสฺมึ สมเย มนายตนํ โหติ ฯเปฯ อิทํ ตสฺมึ สมเย มนายตนํ โหติ ฯ
๑๒๐กตมํ ตสฺมึ สมเย มนินฺทฺริยํ โหติ ฯเปฯ อิทํ ตสฺมึ สมเย มนินฺทฺริยํ โหติ ฯ
๑๒๑กตมา ตสฺมึ สมเย มโนวิญฺญาณธาตุ โหติ ฯเปฯ อยํ ตสฺมึ สมเย มโนวิญฺญาณธาตุ โหติ ฯ
๑๒๒กตมํ ตสฺมึ สมเย ธมฺมายตนํ โหติ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ อิทํ ตสฺมึ สมเย ธมฺมายตนํ โหติ ฯ
๑๒๓กตมา ตสฺมึ สมเย ธมฺมธาตุ โหติ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ อยํ ตสฺมึ สมเย ธมฺมธาตุ โหติ ฯ
๑๒๔เย วา ปน ตสฺมึ สมเย อญฺเญปิ อตฺถิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา อรูปิโน ธมฺมา อิเม ธมฺมา กุสลา ฯ สุญฺญตวาโร ฯ ปฐมํ จิตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุญญตวาร
สภาวธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อาหาร อินทรีย์ ฌาน มรรคพละ เหตุ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ มนายตนะ มนินทรีย์ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมายตนะ และธัมมธาตุในสมัยนั้น หรือสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปซึ่งอิงอาศัยกันเกิดขึ้นแม้อื่นในสมัยนั้นสภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล
สภาวธรรม ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ เหล่านี้ชื่อว่าสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ เหล่านี้ชื่อว่าขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
อายตนะ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน มนายตนะ และธัมมายตนะ เหล่านี้ชื่อว่าอายตนะที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๑. จิตตุปปาทกัณฑ์] กุศลบท กามาวจรกุศลจิตดวงที่ ๑ สุญญตวาร
ธาตุ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน มโนวิญญาณธาตุ และธัมมธาตุ เหล่านี้ชื่อว่าธาตุที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
อาหาร ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และวิญญาณาหาร เหล่านี้ชื่อว่าอาหารที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
อินทรีย์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์โสมนัสสินทรีย์ และชีวิตินทรีย์ เหล่านี้ชื่อว่าอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ฌาน ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา นี้ชื่อว่าฌานที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
มรรค ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธินี้ชื่อว่ามรรคที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
พละ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน สัทธาพละ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ หิริพละ และโอตตัปปพละ เหล่านี้ชื่อว่าพละที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เหตุ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน อโลภะ อโทสะ และอโมหะ เหล่านี้ชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ผัสสะ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าผัสสะที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เวทนา ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าเวทนาที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
สัญญา ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าสัญญาที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เจตนา ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าเจตนาที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๑. จิตตุปปาทกัณฑ์] กุศลบท กามาวจรกุศลจิตดวงที่ ๑ สุญญตวาร
จิต ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าจิตที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เวทนาขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าเวทนาขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
สัญญาขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าสัญญาขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
สังขารขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าสังขารขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
วิญญาณขันธ์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่าวิญญาณขันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
มนายตนะ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่ามนายตนะที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
มนินทรีย์ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่ามนินทรีย์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
มโนวิญญาณธาตุ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน ฯลฯ นี้ชื่อว่ามโนวิญญาณธาตุที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ธัมมายตนะ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ นี้ชื่อว่าธัมมายตนะที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
ธัมมธาตุ ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น เป็นไฉน เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ นี้ชื่อว่าธัมมธาตุที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นหรือสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปซึ่งอิงอาศัยกันเกิดขึ้นแม้อื่นในสมัยนั้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล สุญญตวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๕๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อธิบายสุญญตวาร จิตดวงที่ ๑
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มสุญญตวาร มีคำว่า ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺติ ดังนี้. สุญญตวารนั้นกำหนดไว้ ๒ อย่าง ด้วยสามารถแห่งอุทเทสและนิทเทส. บรรดาอุทเทสและนิทเทสเหล่านั้น วาระว่าด้วยอุทเทสจัดไว้เป็น ๒๔ ส่วน รวมทั้งบทว่า ธมฺมา โหนฺติ. ก็ในส่วนทั้งปวง ท่านมิได้กล่าวกำหนดนับว่า เป็น ๔ เป็น ๒ และเป็น ๓ ดังนี้.
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะกำหนดไว้ในสังคหวารแล้ว ด้วยว่า ธรรมทั้งหลายที่กำหนดไว้ในสังคหวารนั้นนั่นแหละท่านก็กล่าวไว้ แม้ในสุญญตวารนี้
จริงอยู่ ในสุญญตวารนี้ ย่อมไม่ได้สัตว์ หรือภาวะ หรืออัตตา. ก็ธรรมทั้งหลาย ตรัสไว้เพื่อแสดงสุญญตา (ความว่าง) นี้ว่า ธรรมเหล่านี้สักว่าเป็นธรรม ไม่มีสาระ ไม่เป็นปริณายก เพราะฉะนั้น ในวาระแห่งอุทเทสนี้ พึงทราบเนื้อความ อย่างนี้ว่า
ในสมัยใด กามาวจรมหากุศลจิต ดวงที่ ๑ ย่อมเกิดขึ้น ธรรมเกิน ๕๐ ที่เกิดขึ้นด้วยองค์ประกอบของจิต ในสมัยนั้น ธรรมนั่นแหละย่อมมี ด้วยอรรถว่าเป็นสภาวะ ไม่ใช่อะไรๆ อื่น คือไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ภาวะ ไม่ใช่ชีวะ ไม่ใช่โปสะ ไม่ใช่บุคคล.
อนึ่ง ธรรมนั้นย่อมชื่อว่าขันธ์ เพราะอรรถว่าเป็นกอง.
ในบททั้งปวงพึงทราบการประกอบเนื้อความโดยนัยก่อนนั่นแหละ ด้วยประการฉะนี้.
ก็เพราะองค์ฌานอื่นจากฌาน หรือว่าองค์มรรคอื่นจากมรรคไม่มี ฉะนั้น ในที่นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ฌานย่อมมี มรรคย่อมมี ดังนี้. จริงอยู่ ที่ชื่อว่าฌาน ก็เพราะอรรถว่าการเข้าไปเพ่งโดยแท้ ที่ชื่อว่ามรรค ก็เพราะอรรถว่าเป็นเหตุนั่นแหละ สัตว์หรือว่าภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งอื่นไม่มี. พึงทราบการประกอบเนื้อความในบททั้งปวงอย่างนี้ด้วยประการฉะนี้.
นิทเทสวารมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบสุญญตวาร และจบการพรรณนาอรรถแห่งปฐมจิต ซึ่งอธิบายแล้วประดับด้วยมหาวารทั้ง ๓. -----------------------------------------------------