ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน อำนาจหน้าที่ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 e99092a2… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
ปรารภ
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน อำนาจหน้าที่ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร๑ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐และประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับ การจัดพิมพ์หรือจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการที่เกิดขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการพ.ศ. ๒๕๔๐ใช้บังคับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงออกประกาศไว้ ดังนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีภารกิจตามอำนาจหน้าที่ในด้านต่าง ๆที่ เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ดังต่อไปนี้ ๑.๑งานร่างกฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมาย ซึ่งได้แก่
(๑) งานจัดทำกฎหมายเป็นงานจัดทำและตรวจพิจารณากฎหมายทุกรูปแบบ ที่ จำเป็นต้องตราขึ้ นเป็นหลักเกณฑ์ในการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศ ซึ่ งได้แก่ พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกากฎกระทรวงระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศทุกฉบับ
(๒) งานเสนอความเห็นหรือข้อสังเกตเกี่ยวกับกฎหมายเป็นงานเสนอแนะต่อ คณะรัฐมนตรีในการพิจารณาให้มีกฎหมายใหม่หรือแก้ไขปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายเดิมรวมทั้ง เสนอแนะข้อสังเกตต่าง ๆที่ควรได้รับการพิจารณาเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่จะตราขึ้นต่อคณะรัฐมนตรี
(๓) งานให้ความเห็นทางกฎหมายเป็นงานวินิจฉัยบทบัญญัติต่าง ๆของ กฎหมายทุกฉบับและเสนอแนะแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ในการกำหนด แนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินต่อคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวงกรมรัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง
(๔) งานให้ความสนับสนุนในด้านกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ เป็นงาน สนับสนุนภารกิจของหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง โดยการเป็นกรรมการตามกฎหมายและตามที่ หน่วยงานแห่งรัฐร้องขอในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน และทำ หน้าที่ช่วยเหลือให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการร่างกฎหมายและการตอบข้อหารือเกี่ยวกับแนวทางการ ปฏิบัติตามกฎหมาย
(๕) งานประสานการจัดทำกฎหมายในชั้นรัฐสภา เป็นงานสนับสนุนด้าน กฎหมายเพื่อให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ซึ่งได้แก่ การชี้แจงกฎหมายต่าง ๆใน การประชุมของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภารวมทั้งในชั้นกรรมาธิการของสภาดังกล่าว
(๖) งานด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ ในทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการในส่วนที่เกี่ยวกับการให้ความเห็นทางกฎหมาย เกี่ยวกับสัญญาของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ การให้ความเห็นทางกฎหมายในการประชุมระหว่าง ประเทศการแปลกฎหมายและการเปรียบเทียบกฎหมายระหว่างประเทศ ๑.๒ งานพัฒนากฎหมาย (Law Reform) เป็นงานเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทาง ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๖/ตอนที่๓ง/หน้า ๗๑/๑๒มกราคม๒๕๔๒ กฎหมายเพื่อเสนอแนะการปรับปรุงกฎหมายอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศและ เป็นการวางรากฐานสำหรับกฎหมายในอนาคตโดยจะมีการศึกษาสภาพปัญหาแนวทางการแก้ไขทั้ง ของประเทศไทยและต่างประเทศ การรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน และการจัดทำกฎหมายที่ เหมาะสม ๑.๓งานวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (งานพิจารณาคดีปกครอง) เป็นงานที่เกี่ยวกับการ วินิจฉัยข้อพิพาทเป็นคดีปกครองระหว่างเอกชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกิดจาก การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าหรือกระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือขัดต่อหน้าที่หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ โดยมีวิธีพิจารณาคดีในลักษณะเดียวกับศาล ปกครองที่จะมีการจัดตั้งขึ้นต่อไป ๑.๔งานบริหารกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการปกครองและกฎหมายว่าด้วยความ รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ โดยที่กฎหมายทั้ง ๒ฉบับเป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์และ ขั้นตอนการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ของรัฐในส่วนที่เกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครองและความ รับผิดในการดำเนินการทางปกครองของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐและ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศและประชาชนที่เกี่ยวข้อง โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับการดำเนินการตามกฎหมายนี้ด้วยการดูแลและให้คำแนะนำการปฏิบัติ ตามกฎหมายนี้ การเผยแพร่ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงสิทธิตามกฎหมาย การตรา กฎหมายลำดับรองตามกฎหมายนี้ และการพัฒนาหลักกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของ เจ้าหน้าที่ของรัฐตามหลักกฎหมายมหาชน ๑.๕งานสถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน เนื่องจากการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องดำเนินการภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายซึ่งกฎหมายเหล่านั้นเป็นกฎหมายที่ ตราขึ้นโดยใช้หลักกฎหมายมหาชน ดังนั้น เพื่อให้การใช้กฎหมายภาครัฐเป็นไปโดยถูกต้อง ซึ่งจะทำ ให้การพัฒนาประเทศเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและสามารถคุ้มครองประโยชน์ของสาธารณชน จำเป็นต้องมีการพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักกฎหมายมหาชนเพื่อให้มีการใช้ กฎหมายโดยถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะมีการดำเนินการทั้งในด้านการฝึกอบรมและ สัมมนาการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ และการเผยแพร่เอกสารข้อมูลทางวิชาการในด้าน กฎหมายมหาชน ๑.๖งานหน่วยงานกลางด้านข้อมูลกฎหมายของประเทศ เป็นการรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศไทยทั้งหมดทั้งกฎหมายในอดีต เพื่อใช้ศึกษาถึงความเป็นมา และการพัฒนาทางด้านกฎหมายของประเทศและกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง ความถูกต้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทั้งของฝ่ายบริหาร ฝ่ายรัฐสภา ฝ่ายกระบวนการยุติธรรม และประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่ามีกฎหมายใดใช้บังคับอยู่ในประเทศบ้าง ซึ่งในการดำเนินงานได้ รวบรวมและติดตามความเคลื่อนไหวของกฎหมายทุกระดับ รวมทั้งรวบรวมความเห็นของกฎหมาย และเอกสารทางวิชาการทางกฎหมายทั้งในประเทศและนอกประเทศ และได้จัดทำข้อมูลสารสนเทศ เป็นเครือข่ายเพื่อเผยแพร่กฎหมายโดยเปิดเผย
- ๒
วิธีดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แบ่งเป็น ๒ฝ่าย ดังนี้ ๒.๑ งานที่ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการในความรับผิดชอบของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ๒.๒ งานในความรับผิดชอบดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยตรง
- ๓
การดำเนินงานร่วมกับคณะกรรมการในความรับผิดชอบของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกามีดังนี้ ๓.๑งานกรรมการร่างกฎหมาย กรรมการร่างกฎหมายมีหน้าที่ในการจัดทำร่างกฎหมายและให้ความเห็นทาง กฎหมายโดยประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ที่มีความ เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือการบริหารราชการแผ่นดิน และ มีประสบการณ์ในด้านการบริหารราชการแผ่นดินในระดับอธิบดีขึ้นไป หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ใน การใช้กฎหมายระดับผู้พิพากษาศาลฎีกา หรือนักวิชาการที่มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยซึ่ง ปัจจุบันมีกรรมการร่างกฎหมาย ๘๖ท่าน การจัดทำและตรวจพิจารณาร่างกฎหมายมิใช่เป็นการตรวจการใช้ถ้ อยคำ เท่านั้น แต่จะต้องดำเนินการ โดยตรวจสอบหลักการที่ปรากฏในเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายนั้น และ กำหนดโครงสร้าง กลไกของกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนและในขณะเดียวกันต้อง สร้างประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินรวมทั้งการพิจารณาให้สอดคล้องหลักกฎหมายที่ ยอมรับในทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ระบบกฎหมายของประเทศเป็นใน แนวทางที่ถูกต้องเป็นรูปแบบเดียวกัน มิให้เกิดการใช้บังคับกฎหมายที่สับสนหรือไม่อาจปฏิบัติให้เป็น ผลตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ ในการดำเนินงานของกรรมการร่างกฎหมายจะมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่เป็นเลขานุการเพื่อศึกษาและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ รวมทั้งเป็นผู้จัดทำร่างกฎหมายหรือจัดทำความเห็นทางกฎหมายในลักษณะผู้รับผิดชอบเป็นเจ้าของ เรื่อง (rapporteur) ในคณะกรรมการระดับสูง ซึ่งในขณะนี้ได้แบ่งกลุ่มงานด้านงานร่างกฎหมายและ ให้ความเห็นทางกฎหมายตามลักษณะของกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศ ดังนี้
(๑) กลุ่มกฎหมายเวนคืน ผังเมือง และการแบ่งส่วนราชการ
(๒) กลุ่มกฎหมายการชลประทานและการใช้ประโยชน์ทางน้ำ
(๓) กลุ่มกฎหมายการเกษตรและป่าไม้
(๔) กลุ่มกฎหมายที่ดิน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
(๕) กลุ่มกฎหมายการศึกษา การสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม
(๖) กลุ่มกฎหมายการเงินและการคลัง
(๗) กลุ่มกฎหมายการขนส่งและการโทรคมนาคม
(๘) กลุ่มกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและทางอาญา
(๙) กลุ่มกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน (๑๐)กลุ่มกฎหมายกิจการพิเศษ ๓.๒งานกรรมการพัฒนากฎหมาย กรรมการพัฒนากฎหมายมีหน้าที่ ในการศึกษาวิจัยทางกฎหมายโดย ประกอบด้วยกรรมการร่างกฎหมายจำนวนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้าน พัฒนากฎหมายและผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนหนึ่งที่แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญทางวิจัยในสาขาต่าง ๆซึ่ง ขณะนี้มีคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย ๑๕ท่าน ในการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายจะมีเจ้าหน้าที่ ของ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่ในการรวบรวมสภาพปัญหาการใช้บังคับกฎหมายของ ประเทศเสนอแนะข้อมูลต่าง ๆที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ ดำเนินการ ศึกษาวิจัยหรือปฏิบัติหน้าที่ในทางวิชาการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ๓.๓งานกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ (งานวินิจฉัยคดีปกครอง) กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยคดีปกครองโดยประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่รัฐสภาเสนอแนะ จากผู้ที่มีความรู้ความ เชี่ยวชาญที่กำหนดคุณสมบัติไว้โดยเฉพาะเช่นเดียวกับกรรมการร่างกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีกรรมการ วินิจฉัยร้องทุกข์ ๖๗ท่าน ในการดำเนินงานของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะเป็นไปตามวิธีพิจารณา ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๒๒และระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณา และวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งจะมีลักษณะเดียวกับการพิจารณาของศาลปกครอง กล่าวคือ เมื่อมีการ ร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งทำหน้าที่เลขานุการกรรมการวินิจฉัยร้อง ทุกข์จะทำการสรุปข้อเท็จจริงทั้งจากการชี้แจงของประชาชนผู้ร้องทุกข์และการชี้แจงหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้นทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการ ในการพิจารณาของ คณะกรรมการจะให้โอกาสคู่กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวและชี้แจงหรือแสดงหลักฐานเพิ่มเติม แล้วจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งทำหน้าที่พนักงาน ผู้รับผิดชอบสำนวนสรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายและเสนอความเห็นในทำนองเดียวกับตุลาการ นายเดียว หลังจากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีสั่ง การต่อไป การพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จึงเป็นการดำเนินการโดยใช้ระบบไต่สวน แลระบบการถ่วงดุลการใช้อำนาจวินิจฉัยคดีเป็นหลักในการดำเนินการ ในขณะนี้งานด้านวินิจฉัยร้องทุกข์แบ่งเป็นงานด้านต่าง ๆดังนี้
(๑) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับที่ดิน กระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและทางอาญา การพาณิชยกรรมและการเกษตร
(๒) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับวินัยข้าราชการ สถาบันการศึกษาการศาสนาและ วัฒนธรรมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และราชการตำรวจ
(๓) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ผังเมือง การก่อสร้าง การจัดสรร ที่ดิน สิ่งแวดล้อมและเหตุรำคาญโรงงานและการอุตสาหกรรมการสาธารณสุขทรัพยากรธรรมชาติ และการพลังงาน
(๔) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับระเบียบพัสดุและสัญญากับทางราชการ รัฐวิสาหกิจ ความรับผิดทางแพ่งและตรวจเงินแผ่นดิน
(๕) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การคมนาคมและการ สื่อสาร สังคม และวิชาชีพต่าง ๆ
(๖) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับที่ดิน การเมืองการปกครองและการบริหารราชการ แผ่นดิน ความมั่นคงภายในประเทศและคนต่างด้าว
(๗) งานร้องทุกข์เกี่ ยวกับการบริหารงานบุคคลราชการทหารและการ ปฏิบัติงานของฝ่ายปกครอง
(๘) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับบำเหน็จบำนาญและเงินสวัสดิการข้าราชการ การเงิน การคลัง ภาษีอากรและที่ราชพัสดุ ๓.๔งานกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เป็นกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยวิธี ปฏิบัติราชการทางปกครองมีทั้งหมด ๑๒ท่าน โดยเป็นกรรมการที่มีหน้าที่ในการบริหารกฎหมาย ดังกล่าว ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติตามกฎหมายให้แก่หน่วยงานของ รัฐ การดูแลสอดส่องและรายงานคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและการ พัฒนาหลักกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการและสนับสนุนงานในทางวิชาการ เกี่ยวกับกฎหมายการปฏิบัติราชการให้แก่คณะกรรมการ ๓.๕งานกรรมการประมวลกฎหมาย กรรมการประมวลกฎหมายมีหน้าที่พิจารณาตรวจสอบสภาพปัญหาการใช้ ประมวลกฎหมายของประเทศและแก้ไขให้สอดคล้องกับการพัฒนาของสภาพสังคมไทยและการ เปลี่ยนแปลงแนวความคิดทางด้านวิชาการของต่างประเทศ ซึ่งจะต้องดำเนินการในลักษณะต่อเนื่อง โดยในขณะนี้ได้มีคณะกรรมการรวม ๔คณะทำหน้าที่พิจารณาปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา ทั้งนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่เป็นฝ่าย เลขานุการให้กับคณะกรรมการ
- ๔
การดำเนินงานในความรับผิดชอบดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาโดยตรง ในขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดแบ่งส่วนราชการและแบ่งส่วนงาน ภายในดังนี้ ๔.๑สำนักงานเลขานุการกรม มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา และราชการที่มิได้แยกให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใด โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง
(๑) ปฏิบัติงานสารบรรณของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการ งานเลขานุการ งานแผนงานและ งานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณการพัสดุ อาคาร สถานที่ และยานพาหนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) จัดระบบงานและบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๕) จัดวางระบบการสำรวจการจัดเก็บ การประมวลผลและการใช้ประโยชน์ ข้อมูลของทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการวมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการ บริหารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและเป็นศูนย์กลางในการให้บริการข้อมูลด้านกฎหมาย
(๖) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย ๔.๒กองกฎหมายต่างประเทศมีอำนาจหน้าที่
(๑) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์กฎหมายต่างประเทศและเอกสารทาง กฎหมายของต่างประเทศรวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศกับกฎหมายไทยเพื่อ ประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) แปลกฎหมายและเอกสารทางกฎหมายตามที่หน่วยงานของรัฐ องค์การ ระหว่างประเทศ และสถานทูตของรัฐบาลต่างประเทศขอความร่วมมือ
(๓) ให้ความเห็นเกี่ยวกับการกู้เงินต่างประเทศและการออกพันธบัตร
(๔) รวบรวมเอกสารทางวิชาการเพื่อประโยชน์ในการอ้างอิง
(๕) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย ๔.๓กองกฎหมายไทยมีอำนาจหน้าที่
(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายตามที่ได้รับมอบหมาย
(๒) ดำเนินการเกี่ ยวกับการฝึกอบรมและพัฒนานิติ กรของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๓) รวบรวมกฎหมายและข้อมูลทางกฎหมายและทางวิชาการเพื่อประโยชน์ ในการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย ๔.๔กองยกร่างกฎหมายมีอำนาจหน้าที่
(๑) ดำเนินการยกร่างกฎหมายตามที่หน่วยงานของรัฐร้องขอและตามที่ได้รับ มอบหมาย
(๒) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำในปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ
(๓) ประสานงานและติดตามผลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอร่างกฎหมาย
(๔) ศึกษา ค้นคว้า และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงหรือยกร่าง ประมวลกฎหมาย
(๕) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย ๔.๕กองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์ มีอำนาจหน้าที่
(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย
(๒) ติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐในเรื่องที่มีการร้องทุกข์ และ รวบรวมศึกษาและวิเคราะห์เหตุแห่งการร้องทุกข์ รวมทั้งดำเนินการเพื่อพัฒนากฎหมายปกครอง
(๓) รวบรวม จัดทำและเผยแพร่เอกสารทางวิชาการของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา
(๔) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย ๔.๖กองพัฒนาวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มีอำนาจหน้าที่
(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
(๒) เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนจัดทำเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับ กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและหลักกฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้องให้แก่เจ้าหน้าที่ ของรัฐและประชาชน
(๓) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในปัญหาเกี่ยวกับการ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
(๔) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
(๕) ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติ ราชการทางปกครอง
(๖) ปฏิบัติ งานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ งานของหน่วยงานอื่ นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย นอกจากการแบ่งส่วนราชการดังกล่าวแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แบ่ง ส่วนงานภายในเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ไว้อีกดังต่อไปนี้ ๑. สถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชนทำหน้าที่ในการพัฒนาบุคลากรภาครัฐและ เผยแพร่เอกสารวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายมหาชน ๒. ศูนย์ข้ อมูลทางด้านกฎหมายทำหน้าที่ ในการรวบรวมและติดตามความ เคลื่อนไหวด้านกฎหมายของประเทศทุกระดับและทำการเผยแพร่กฎหมายต่อสาธารณชนทางระบบ เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
- ๕
สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้แก่ ๕.๑สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (หน่วยงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์) อาคารเอ็กซิม ชั้นที่ ๒๒เลขที่ ๑๑๙๓ถนนพหลโยธินเขตพญาไทกรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๒๗๑–๓๘๖๐,๒๗๑–๓๘๕๕–๖กรณีเป็นข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับงานคณะกรรมการ วินิจฉัยร้องทุกข์ และงานเกี่ยวกับกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ๕.๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขที่ ๓ท่าช้างวังหน้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐โทรศัพท์ ๒๒๒๐๒๐๖– ๙,๒๒๑๕๓๐๖,๒๒๑๕๓๑๓,๒๒๑๕๓๙๕, ๒๒๑๕๓๔๔และ๒๒๑๕๓๗๖โทรสาร๒๓๖๖๒๐๑กรณีเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับงานด้านการร่าง กฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมาย งานพัฒนากฎหมาย งานประมวลกฎหมาย งานสถาบัน พัฒนานักกฎหมายมหาชนงานศูนย์ข้อมูลทางกฎหมาย และงานบริหารด้านอื่น ๆ ๕.๓นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถ รับทราบข้อมูลได้ที่ URL: http: / / www.krisdika.go.th ประกาศณวันที่ ๓๐ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๔๑ อักขราทร จุฬารัตน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/8632ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNDk2ZTRmNjEtMjMwZS00ZDc4LWJjMDAtNDg5MjEzM2E0Yjg1IiwiZmlsZW5hbWUiOiIxLiBGaW5hbCDguJvguKPguLDguIHguLLguKjguIrguYjguK3guIfguJfguLLguIfguJXguLTguJTguJXguYjguK3guILguK3guILguYnguK3guKHguLnguKXguKrguITguIEuICjguInguJrguLHguJrguJXguLHguYnguIfguJXguYnguJkpLnBkZiJ9.LsGDfXTdh5mhGmPqSDl8TXVJ4jMlW-LnuHZFhaeBlm07 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:e99092a20e57e8a9a80ee615633e4ce25e2e084a4e50a066554f6a5f3152ece1ดึงเมื่อ 2026-08-24T02:36:58.763Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR