มาตรา ๕๗ ทวิ
ประมวลรัษฎากร · ๒๔๘๑
ถ้าผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๕๖วรรค๑ถึงแก่ความตาย เสียก่อนที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติตามมาตรา ๕๖วรรค ๑หรือก่อนที่ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือผู้ พิทักษ์ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๕๗ให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการมรดก หรือทายาทหรือผู้ครอบครองทรัพย์ มรดกแล้วแต่กรณี ปฏิบัติแทน และโดยเฉพาะในการยื่นรายการเงินได้พึงประเมินของผู้ตายนั้น ให้ รวมเงินได้พึงประเมินของผู้ตายและของกองมรดกที่ได้รับตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึ แก่ วามตายเป็น ยอดเงินได้พึงประเมินที่จะต้องยื่นทั้งสิ้น ๑๓)พ.ศ. ๒๕๒๗ ๑๘)พ.ศ. ๒๕๐๔ สำหรับในปีต่อไปถ้ากองมรดกของผู้ตายยังมิได้แบ่งและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษี ที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตามมาตรา ๕๖(๑) ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทหรือผู้ครอบครองทรัพย์ มรดกแล้วแต่กรณี มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในส่วนนี้ในชื่อกองมรดกของผู้ตาย๑๘๙
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด