มาตรา ๕๖
ประมวลรัษฎากร · ๒๔๘๑
ให้บุ คลทุ คนเว้ แต่ผู้เยาว์ หรือผู้ที่ศาลสั่ ให้เป็คนไร้ ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับในระหว่าง ปีภาษีที่ล่วงมาแล้วพร้อมทั้งข้อความอื่น ๆภายในเดือนมีนาคมทุกๆปี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อ เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ถ้าบุคคลนั้น๑๘๑ (๑)๑๘๒ ไม่มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน ๓๐,๐๐๐บาท (๒)๑๘๓ ไม่มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเฉพาะตาม มาตรา ๔๐(๑) ประเภทเดียวเกิน ๕๐,๐๐๐บาท (๓)๑๘๔ มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน ๖๐,๐๐๐ บาทหรือ (๔)๑๘๕ มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเฉพาะตาม มาตรา ๔๐(๑) ประเภทเดียวเกิน ๑๐๐,๐๐๐บาท ในกรณีห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลมีเงินได้พึงประเมินในปี มาตรา ๕๔แก้ไขเพิ่ เติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัฎากร(ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๐๒ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑๖)พ.ศ. ๒๕๓๔ ภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตาม
(๑) ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึง ประเมิ ในชื่อของห้ งหุ้ นส่วนหรือคณะบุ คลนั้ ที่ได้รับในระหว่างปีภาษีที่ ล่ วงมาแล้วภายใน กำหนดเวลาและตามแบบเช่นเดียวกับวรรคก่อน การเสียภาษีในกรณีเช่นนี้ให้ผู้อำนวยการหรือ ผู้จัดการรับผิดเสียภาษีในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุ คลนั้นจากยอดเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้น เสมือนเป็นบุคคลธรรมดาคนเดียวไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละ คนไม่จำต้องยื่นรายการเงินได้สำหรับจำนวนเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเพื่อเสียภาษีอีก แต่ถ้าห้าง หุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นมีภาษีค้างชำระ ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลทุกคนร่วมรับผิด ในเงินภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด