ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๑

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๑12 มาตราต้นฉบับ PDF · 5 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 629fab92… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๓/๑ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ คณะกรรมการกฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๕๑ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการกำหนด ตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๑”

  2. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป

  3. ให้นักกฎหมายกฤษฎีกามีสามชั้น ดังต่อไปนี้

    (๑) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑

    (๒) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒

    (๓) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๓

  4. นักกฎหมายกฤษฎีกาแต่ละชั้นตามข้อ ๓ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามของการเป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยดำรง ตำแหน่งเป็นผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญหรือนิติกร ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและต้องมี คุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

    (๑) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๘ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมายการให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้ทรงคุณวุฒิ

    (๒) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๖ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมาย การให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้เชี่ยวชาญ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๕/ตอนที่๑๓ก/หน้า ๒๐/๑๗มกราคม๒๕๕๑

    (๓) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๓ ๑. ได้รับปริญญาตรีทางกฎหมายขึ้นไป ๒. เป็นข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ งดำรง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๔ขึ้นไป ๓. มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการร่างกฎหมายการให้ ความเห็นทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับผู้ชำนาญการ หลักเกณฑ์การกำหนดความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของนักกฎหมาย กฤษฎีกาแต่ละชั้นตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนดซึ่งอย่างน้อยต้องคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) ความรู้เกี่ยวกับระบบกฎหมายและเนื้อหากฎหมายของประเทศ

    (๒) ความรู้ทางทฤษฎีหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับหลักนิติธรรม การร่างกฎหมายการ ตีความกฎหมายและระบบการบริหารราชการแผ่นดิน

    (๓) ความสามารถในการประยุกต์ใช้กฎหมาย

    (๔) ความสามารถในการศึกษาวิจัยทางกฎหมายหรือเปรียบเทียบกฎหมายทั้งของใน ประเทศและต่างประเทศ

    (๕) ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านกฎหมายระดับประเทศ

  5. ให้ข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ดำรงตำแหน่ง ระดับ ๙ระดับ ๑๐และระดับ ๑๑ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนักบริหารหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นนักกฎหมาย กฤษฎีกาชั้นที่ ๑ตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้น ให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งบุคคลตามวรรคหนึ่งเป็น นักกฎหมายกฤษฎีกา

  6. มาตรฐานหน้าที่และความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติของนัก กฎหมายกฤษฎีกาในแต่ละชั้น ให้เป็นไปตามที่ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนด ให้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีอำนาจหน้าที่ให้ความ เห็นชอบหลักสูตรนักกฎหมายกฤษฎีกา และกำหนดหลักเกณฑ์การทดสอบและการประเมินผลงาน ทางวิชาการและประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของนักกฎหมายกฤษฎีกา

  7. ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๓จะต้องเป็น ผู้ที่ผ่านการอบรมและการทดสอบความรู้ในหลักสูตรการศึกษาสำหรับนักกฎหมายกฤษฎีกาและผ่าน การทดสอบการปฏิบัติหน้าที่นักกฎหมายกฤษฎีกา ตามหลักเกณฑ์ที่ อ.ก.พ. กรมของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกากำหนด ภายใต้บังคับข้อ ๕การแต่งตั้งนักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒และนักกฎหมาย กฤษฎีกา ชั้นที่ ๑ให้แต่งตั้งเมื่อผู้นั้นดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนในระดับที่กำหนดเป็น คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งสำหรับการเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตามข้อ ๔และต้องผ่านการประเมินผล งานทางวิชาการและประสบการณ์ในการปฏิบัติ หน้าที่ ในการนี้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาอาจกำหนดให้ผู้นั้นต้องเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่เห็นสมควรหรือให้มี การทดสอบด้วยวิธีการอื่นก่อนได้รับการแต่งตั้งก็ได้ เมื่อ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นชอบให้ผู้ใดดำรงตำแหน่ง นักกฎหมายกฤษฎีกาชั้นใดแล้วให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งผู้นั้นเป็น นักกฎหมายกฤษฎีกา

  8. ในกรณีที่นักกฎหมายกฤษฎีกาผู้ใดไม่ผ่านการประเมินผลงานทางวิชาการ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่ผ่านการอบรมหรือการทดสอบตามที่ อ.ก.พ. กรมของ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำหนดเพื่อแต่งตั้งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาในระดับที่สูงขึ้น ให้ผู้ นั้นยังคงดำรงตำแหน่งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาชั้นเดิม ในกรณีที่นักกฎหมายกฤษฎีกาผู้ใดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานหน้าที่ และความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติของนักกฎหมายกฤษฎีกาตามข้อ ๖วรรคหนึ่ง อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจพิจารณาเสนอให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามี คำสั่งให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาได้ การเลื่อนตำแหน่งหรือเลื่อนระดับของข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการพลเรือนไม่มีผลกระทบต่อการแต่งตั้งนักกฎหมายกฤษฎีกาในชั้นที่สูงขึ้นตาม ระเบียบนี้

  9. ให้นักกฎหมายกฤษฎีกาได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในอัตรา ดังต่อไปนี้

    (๑) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑ให้ได้รับเดือนละ ๔๐,๐๐๐บาท

    (๒) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒ให้ได้รับเดือนละ ๓๕,๐๐๐บาท

    (๓) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๓ให้ได้รับเดือนละ ๒๕,๐๐๐บาท เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาเมื่อคำนวณรวมกับเงินเดือน เงิน ประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มพิเศษอื่นในลักษณะเดียวกันกับเงินประจำตำแหน่งแล้วจะต้องเป็น ค่าตอบแทนที่ไม่ต่ำกว่าค่าตอบแทนข้าราชการอัยการ ชั้น ๒ขั้น ๑และให้ได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้น ตามระดับตำแหน่งและขั้นเงินเดือน แต่ค่าตอบแทนขั้นสูงต้องไม่เกินค่าตอบแทนของข้าราชการ อัยการดังต่อไปนี้

    (๑) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑ซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนระดับ ๑๑ให้ ได้รับค่าตอบแทนขั้นสูงไม่เกินค่าตอบแทนข้าราชการอัยการ ชั้น ๘

    (๒) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑ซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนระดับ ๑๐ให้ ได้รับค่าตอบแทนขั้นสูงไม่เกินค่าตอบแทนข้าราชการอัยการ ชั้น ๗

    (๓) นักกฎหมายกฤษฎีกาชั้นที่ ๑ซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนระดับ ๙ให้ ได้รับค่าตอบแทนขั้นสูงไม่เกินค่าตอบแทนข้าราชการอัยการ ชั้น ๖

    (๔) นักกฎหมายกฤษฎีกาชั้นที่ ๑ซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนระดับ ๘ให้ ได้รับค่าตอบแทนขั้นสูงไม่เกินค่าตอบแทนข้าราชการอัยการ ชั้น ๔

    (๕) นักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๒และชั้นที่ ๓ให้ได้รับค่าตอบแทนขั้นสูงไม่เกิน ค่าตอบแทนข้าราชการอัยการ ชั้น ๓ ในกรณีที่นักกฎหมายกฤษฎีกาผู้ใด เมื่อคำนวณเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งนักกฎหมาย กฤษฎีการวมกับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มพิเศษอื่นในลักษณะเดียวกันกับเงินประจำ ตำแหน่งแล้ว เกินกว่าค่าตอบแทนของข้าราชการอัยการตามการเทียบค่าตอบแทนในแต่ละชั้นตาม วรรคสองให้ลดจำนวนเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาลงตามอัตราส่วนเพื่อให้ได้รับ ค่าตอบแทนขั้นสูงไม่เกินที่กำหนด แต่ถ้านักกฎหมายกฤษฎีกาผู้ใดได้รับเงินเดือนเต็มขั้นแล้วและ คำนวณค่าตอบแทนอื่นรวมกันแล้วค่าตอบแทนขั้นสูงไม่ถึงจำนวนค่าตอบแทนของข้าราชการอัยการที่ เทียบกับนักกฎหมายกฤษฎีกาชั้นเดียวกัน ให้นักกฎหมายกฤษฎีกาผู้นั้นคงได้รับค่าตอบแทนเพียง เท่าที่ได้รับอยู่ บัญชีอัตราค่าตอบแทนจำนวนรวมของนักกฎหมายกฤษฎีกาแต่ละรายให้เป็นไป ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการยกเลิกระดับตำแหน่ง ของข้าราชการพลเรือน ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเปรียบเทียบค่าตอบแทนตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามการกำหนดตำแหน่งใหม่ของข้าราชการพลเรือนด้วย

  10. ๑๐

    ให้นักกฎหมายกฤษฎีกาได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ได้รับ แต่งตั้งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาและต้องปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรฐาน หน้าที่และความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติของนักกฎหมายกฤษฎีกา ตามข้อ ๖วรรคหนึ่ง ในกรณีที่นักกฎหมายกฤษฎีกาผู้ใดปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งไม่ เต็มเดือนในเดือนใด ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งสำหรับเดือนนั้นตามส่วนของจำนวนวันที่ได้ดำรง ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าวถ้าเดือนใดไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ ได้รับแต่งตั้งไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในเดือนนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ลา ดังต่อไปนี้

    (๑) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาป่วย ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ใน ปีงบประมาณหนึ่งไม่เกินหกสิบวันทำการ

    (๒) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตร ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่ เกินเก้าสิบวัน

    (๓) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลากิจส่วนตัว ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ใน ปีงบประมาณหนึ่งไม่เกินสี่สิบห้าวันทำการ

    (๔) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อนประจำปี ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งระหว่าง ลาได้ไม่เกินระยะเวลาที่ผู้นั้นมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการลาของ ข้าราชการ

    (๕) ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย และตั้งแต่เริ่มรับราชการยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนา หรือยังไม่เคยประกอบพิธีฮัจย์ ณเมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับ ตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน

    (๖) ผู้ลาไปรับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับ ตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน แต่ถ้าพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วผู้นั้นไปรายงานตัว เพื่อเข้า ปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งภายในเจ็ดวัน ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในช่วง ระยะเวลาดังกล่าวด้วย

    (๗) ผู้ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ให้ได้รับเงินเพิ่ม สำหรับตำแหน่งระหว่างลาได้ไม่เกินหกสิบวัน

  11. ๑๑

    ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตาม ระเบียบนี้ โดยให้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเทียบระดับตำแหน่งให้เป็นไป ตามคุณสมบัตินักกฎหมายกฤษฎีกาที่กำหนดในระเบียบนี้ แล้วเสนอให้เลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกามีคำสั่งแต่งตั้งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตามระเบียบนี้ เมื่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำสั่งแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นัก กฎหมายกฤษฎีกาผู้นั้นได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง และให้งด การได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพล เรือน ให้ข้าราชการพลเรือนในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ระดับ ๑๐และระดับ ๑๑ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนักบริหารหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ ระเบียบนี้ใช้บังคับ เป็นนักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑และให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามีคำสั่งแต่งตั้งเป็นนักกฎหมายกฤษฎีกา ชั้นที่ ๑

  12. ๑๒

    ในวาระเริ่มแรก การเข้าสู่ตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาชั้นที่ ๑ระดับ ๘ ชั้นที่ ๒และชั้นที่ ๓สำหรับผู้ที่มิได้เป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พลเรือน ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำหนด หลักเกณฑ์การทดสอบความรู้และประเมินผลงานทางวิชาการและประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเสนอเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแต่งตั้งให้เป็นนักกฎหมายกฤษฎีกาตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ อ.ก.พ. กรมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจกำหนดเงื่อนไขในการแต่งตั้งตามที่เห็นสมควร ด้วยก็ได้ ให้ไว้ ณวันที่ ๑๖มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/8650ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNWIwNzlhNWMtZmYwZi00ODJhLWE5MjQtZTJlZmM3ODYxM2IxIiwiZmlsZW5hbWUiOiIxLiBGaW5hbCDguKPguLDguYDguJrguLXguKLguJrguIHguLLguKPguIHguLPguKvguJnguJTguJXguLPguYHguKvguJnguYjguIfguJnguLHguIHguIHguI7guKvguKHguLLguKLguIHguKTguKnguI7guLXguIHguLIgKOC4ieC4muC4seC4muC4leC4seC5ieC4h-C4leC5ieC4mSkucGRmIn0.Qx4uScKR1IeVSAerXr4cFoz-06CxWN8kdgVOypYdBeI5 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:629fab922c3bf855fce053f02e62978a54a4eb7738142d704447907425f04996ดึงเมื่อ 2026-08-24T01:27:02.697Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR