สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อารามวคฺคสฺส นวมสิกฺขาปทํ
๓๕๘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย อุโปสถํปิ น ปุจฺฉนฺติ โอวาทํปิ น ยาจนฺติ ฯ ภิกฺขู อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย อุโปสถํปิ น ปุจฺฉิสฺสนฺติ โอวาทํปิ น ยาจิสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อุโปสถํปิ น ปุจฺฉนฺติ โอวาทํปิ น ยาจนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ {๓๕๘.๑} วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อุโปสถํปิ น ปุจฺฉิสฺสนฺติ โอวาทํปิ น ยาจิสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ อนฺวฑฺฒมาสํ ปน ภิกฺขุนิยา ภิกฺขุสงฺฆโต เทฺว ธมฺมา ปจฺจาสึสิตพฺพา อุโปสถปุจฺฉกญฺจ โอวาทุปสงฺกมนญฺจ ตํ อติกฺกาเมนฺติยา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
๓๕๙อนฺวฑฺฒมาสนฺติ อนุโปสถิกํ ฯ อุโปสโถ นาม เทฺว อุโปสถา จาตุทฺทสิโก จ ปณฺณรสิโก จ ฯ โอวาโท นาม อฏฺฐ ครุธมฺมา ฯ อุโปสถํปิ น ปุจฺฉิสฺสามิ โอวาทํปิ น ยาจิสฺสามีติ ธุรํ นิกฺขิตฺตมตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
๓๖๐อนาปตฺติ สติ อนฺตราเย ปริเยสิตฺวา ทุติยิกํ ภิกฺขุนึ น ลภติ คิลานาย อาปทาสุ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๖. อารามวรรค สิกขาบทที่ ๙ นิทานวัตถุ ๖. อารามวรรค สิกขาบทที่ ๙ ว่าด้วยการไม่ถามอุโบสถเป็นต้น เรื่องภิกษุณีไม่ถามอุโบสถ ไม่ขอโอวาท
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีไม่ถามอุโบสถบ้าง ไม่ขอโอวาทบ้าง ภิกษุทั้งหลายจึงตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุณีจึงไม่ถามอุโบสถบ้าง ไม่ขอโอวาทบ้างเล่า” ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า พวกภิกษุณีไม่ถามอุโบสถบ้างไม่ขอโอวาทบ้าง จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกภิกษุณีไม่ถามอุโบสถบ้าง ไม่ขอโอวาทบ้างเล่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ”แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุณีทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้ พระบัญญัติ
ก็ภิกษุณีพึงหวังธรรม ๒ อย่างจากภิกษุสงฆ์ทุกกึ่งเดือน คือ การถามอุโบสถ ๑ การเข้าไปขอโอวาท ๑ ผู้ฝ่าฝืนธรรม ๒ อย่างนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เรื่องภิกษุณีไม่ถามอุโบสถ ไม่ขอโอวาท จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๘๕}
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๖. อารามวรรค สิกขาบทที่ ๙ อนาปัตติวาร สิกขาบทวิภังค์
คำว่า ทุกกึ่งเดือน คือ ทุกวันอุโบสถ ที่ชื่อว่า อุโบสถ ได้แก่ อุโบสถ ๒ อย่าง คือ อุโบสถวัน ๑๔ ค่ำ และอุโบสถวัน ๑๕ ค่ำ ที่ชื่อว่า โอวาท ได้แก่ ครุธรรม ๘ อย่าง ภิกษุณีทอดธุระว่า “เราจะไม่ถามอุโบสถบ้าง จะไม่ขอโอวาทบ้าง” ต้องอาบัติปาจิตตีย์ อนาปัตติวาร ภิกษุณีต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ
๑. ภิกษุณีไม่ถามอุโบสถและไม่ขอโอวาทในเมื่อมีอันตราย ๒. ภิกษุณีแสวงหาแล้วแต่ไม่ได้ภิกษุณีเป็นเพื่อน ๓. ภิกษุณีผู้เป็นไข้ ๔. ภิกษุณีผู้มีเหตุขัดข้อง ๕. ภิกษุณีวิกลจริต ๖. ภิกษุณีต้นบัญญัติ สิกขาบทที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ ดู วินัยปิฎกแปล เล่ม ๒ ข้อ ๑๔๙ หน้า ๓๒๒-๓๒๓, วิ.จู. ๗/๔๐๓/๒๓๓-๒๓๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๘๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอารามวรรค สิกขาบทที่ ๙
คำทั้งหมดในสิกขาบทที่ ๙ ตื้นทั้งนั้น.
ความพิสดารแห่งสิกขาบทแม้นี้ ก็ได้กล่าวไว้แล้วในภิกขุโนวาทกสิกขาบทเหมือนกัน.
สิกขาบทนี้มีการทอดธุระเป็นสมุฏฐาน เป็นอกิริยา สัญญาวิโมกข์ สจิตตกะ โลกวัชชะ กายกรรม วจีกรรม อกุศลจิต เป็นทุกขเวทนา แล.
อรรถกถาอารามวรรค สิกขาบทที่ ๙ จบ. -----------------------------------------------------