คำนิคม
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ คำนิคม
อุทฺทิฏฺฐํ โข อยฺยาโย นิทานํ อุทฺทิฏฺฐา อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมา อุทฺทิฏฺฐา สตฺตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา อุทฺทิฏฺฐา ตึส นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา ธมฺมา อุทฺทิฏฺฐา ฉสฏฺฐิสตา ปาจิตฺติยา ธมฺมา อุทฺทิฏฺฐา อฏฺฐ ปาฏิเทสนียา ธมฺมา อุทฺทิฏฺฐา เสขิยา ธมฺมา อุทฺทิฏฺฐา สตฺต อธิกรณสมถา ธมฺมา ฯ เอตฺตกนฺตสฺส ภควโต สุตฺตาคตํ สุตฺตปริยาปนฺนํ อนฺวฑฺฒมาสํ อุทฺเทสํ อาคจฺฉติ ฯ ตตฺถ สพฺพาเหว สมคฺคาหิ สมฺโมทมานาหิ อวิวทมานาหิ สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ภิกฺขุนีวิภงฺโค นิฏฺฐิโต ฯ
แม่เจ้าทั้งหลาย นิทานข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว. ธรรมคือปาราชิก ๘ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว. ธรรมคือสังฆาทิเสส ๑๗ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว. ธรรมคือนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว. ธรรมคือปาจิตตีย์ ๑๖๖ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว. ธรรมคือปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว. ธรรมคือเสขิยะทั้งหลาย ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว. ธรรมคืออธิกรณสมถะ ๗ ประการ ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว. สิกขาบทของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น มีเท่านี้ มาในพระปาติโมกข์ นับเนื่องในพระ-*ปาติโมกข์ มาสู่อุเทศทุกกึ่งเดือน. พวกเราทั้งหมดนี้แล พึงเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน ศึกษาในพระปาติโมกข์นั้น เทอญ. ภิกขุนีวิภังค์ จบ. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
คำนิคม คำนิคม แม่เจ้าทั้งหลาย นิทาน ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว คือ ธรรม คือ ปาราชิก ๘ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว ธรรม คือ สังฆาทิเสส ๑๗ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว ธรรม คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว ธรรม คือ ปาจิตตีย์ ๑๖๖ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว ธรรม คือ ปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว ธรรม คือ เสขิยะทั้งหลาย ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว ธรรม คือ อธิกรณสมถะ ๗ ข้าพเจ้ายกขึ้นแสดงแล้ว สิกขาบทของพระผู้มีพระภาคนั้นมีเท่านี้มาในสูตร นับเนื่องในพระสูตร มาสู่วาระที่จะพึงยกขึ้นแสดงเป็นข้อๆ ตามลำดับทุกกึ่งเดือน พวกเราทั้งหมดพึงพร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่วิวาทกัน ศึกษาในพระสูตร นั้นเทอญ ภิกขุนีวิภังค์ จบ @เชิงอรรถ : @ คำว่า “พระสูตร” หมายถึงพระปาติโมกข์นั่นเอง (ดู วิ.อ. ๑/๔๕/๒๔๗-๒๕๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๔๐๑} พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓ วินัยปิฎกที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
คาถาสรุปเสขิยาธิกรณธรรม
ก็ธรรม ๗๕ ชื่อว่าเสขิยะเหล่าใดที่พระธรรมสังคาหกาจารย์ทั้งหลายได้ยกขึ้นแสดงไว้ และธรรมเหล่าใดชื่อสัตตาธิกรณะ ซึ่งท่านยกขึ้นแสดงไว้ถัดจากลำดับเสขิยะเหล่านั้นมา, อรรถวินิจฉัยธรรมคือเสขิยะและอธิกรณะเหล่านั้นอันใดที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ในมหาวิภังค์, แม้ในภิกขุนีวิภังค์ ท่านผู้รู้ทั้งหลายก็กล่าวอรรถวินิจฉัยนั้นไว้เช่นนั้นเหมือนกัน. เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่กล่าวอรรถวรรณนาธรรมเหล่านั้นไว้อีกแผนกหนึ่ง.
ที่จริงอรรถวรรณาที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ในมหาวิภังค์นั้น ชื่อว่าได้กล่าวแล้วในภิกขุนีวิภังค์นี้เหมือนกันแล.
ภิกขุนีวิภังคควรรณนา ในอรรถกถาพระวินัย ชื่อสมันตปาสาทิกา จบ.
อุยโยชนคาถาของท่านผู้รจนา
วรรณนาวิภังค์แห่งอุภโตปาฏิโมกข์ที่พระชินเจ้าตรัสไว้นี้
จบลงแล้ว โดยหาอันตรายมิได้ ฉันใด ขอสรรพสัตว์ แม้
ทุกหมู่เหล่า จงได้บรรลุมรรคอันละเสียซึ่งอาสวะทั้งปวง
แล้วประสบพบเห็นแต่ความดับสนิทโดยหาอันตรายมิได้
ฉันนั้นเทอญ. -----------------------------------------------------