สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณี ๒ รูป
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตุวฏฺฏวคฺคสฺส ทุติยสิกฺขาปทํ
๒๖๑เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย เทฺว เอกตฺถรณปาปุรณา ตุวฏฺเฏนฺติ ฯ มนุสฺสา วิหารจาริกํ อาหิณฺฑนฺตา ปสฺสิตฺวา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย เทฺว เอกตฺถรณปาปุรณา ตุวฏฺเฏสฺสนฺติ เสยฺยถาปิ คิหินิโย กามโภคินิโยติ ฯ อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย เทฺว เอกตฺถรณปาปุรณา ตุวฏฺเฏสฺสนฺตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย เทฺว เอกตฺถรณปาปุรณา ตุวฏฺเฏนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย เทฺว เอกตฺถรณปาปุรณา ตุวฏฺเฏสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๒๖๑.๑} ยา ปน ภิกฺขุนิโย เทฺว เอกตฺถรณปาปุรณา ตุวฏฺเฏยฺยุํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
๒๖๒ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนิโยติ อุปสมฺปนฺนาโย วุจฺจนฺติ ฯ เทฺว เอกตฺถรณปาปุรณา ตุวฏฺเฏยฺยุนฺติ ตญฺเญว อตฺถริตฺวา ตญฺเญว ปารุปนฺติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
๒๖๓เอกตฺถรณปาปุรเณ เอกตฺถรณปาปุรณสญฺญา ตุวฏฺเฏนฺติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ เอกตฺถรณปาปุรเณ เวมติกา ตุวฏฺเฏนฺติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ เอกตฺถรณปาปุรเณ นานตฺถรณปาปุรณสญฺญา ตุวฏฺเฏนฺติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ {๒๖๓.๑} เอกตฺถรเณ นานาปาปุรเณ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นานตฺถรเณ เอกปาปุรเณ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นานตฺถรณปาปุรเณ เอกตฺถรณปาปุรณสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นานตฺถรณปาปุรเณ เวมติกา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นานตฺถรณปาปุรเณ นานตฺถรณปาปุรณ- สญฺญา อนาปตฺติ ฯ
๒๖๔อนาปตฺติ วตฺถานํ ทสฺเสตฺวา นิปชฺชนฺติ อุมฺมตฺติกานํ อาทิกมฺมิกานนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๒ นิทานวัตถุ ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๒ ว่าด้วยการใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม เรื่องภิกษุณีนอนร่วมกัน ๒ รูป
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้นภิกษุณี ๒ รูปใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม นอนร่วมกัน คนทั้งหลายเที่ยวจาริกไปตามวิหารเห็นแล้วจึงตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณี ๒ รูปจึงใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม นอนร่วมกันเหมือนหญิงคฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเล่า” ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้นตำหนิ ประณาม โพนทะนา บรรดาภิกษุณีผู้ มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน ภิกษุณี ๒ รูปจึงใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม นอนร่วมกันเล่า” ครั้นแล้ว ภิกษุณีเหล่านั้นได้นำเรื่องนี้ไปบอกภิกษุทั้งหลายให้ทราบ พวกภิกษุได้นำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า ภิกษุณี ๒ รูปใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนร่วมกัน จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริงพระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลายไฉนภิกษุณี ๒ รูปจึงใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนร่วมกันเล่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุณีทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๑๔}
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ พระบัญญัติ
ก็ภิกษุณีเหล่าใด ๒ รูปใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนร่วมกัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เรื่องภิกษุณีนอนร่วมกัน ๒ รูป จบ สิกขาบทวิภังค์
คำว่า ก็ ... ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่าก็ ... ใด คำว่า ภิกษุณี พระผู้มีพระภาคตรัสหมายถึงเหล่ามาตุคามที่อุปสมบทแล้ว คำว่า ๒ รูปใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนร่วมกัน คือ ทั้ง๒ รูปปูผ้าผืนนั้นแล้วห่มผ้าผืนนั้นแหละ ต้องอาบัติปาจิตตีย์บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์
ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม ภิกษุณีสำคัญว่าผ้าผืนเดียว เป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม นอน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม ภิกษุณีไม่แน่ใจ นอน ต้องอาบัติทุกกฏ ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม ภิกษุณีสำคัญว่าผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่ม นอน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกกฏ ผ้าปูนอนผืนหนึ่ง ผ้าห่มนอนต่างผืน ต้องอาบัติทุกกฏ ผ้าปูนอนต่างผืน ผ้าห่มนอนผืนเดียวกัน ต้องอาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๑๕}
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๒ อนาปัตติวาร ผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนต่างผืนกัน ภิกษุณีสำคัญว่าผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปู นอนและผ้าห่ม ต้องอาบัติทุกกฏ ผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนต่างผืนกัน ภิกษุณีไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ ผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนต่างผืนกัน ภิกษุณีสำคัญว่าผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปู นอนและผ้าห่ม ไม่ต้องอาบัติ อนาปัตติวาร ภิกษุณีต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ
๑. ภิกษุณีแสดงเครื่องกำหนดแล้วนอน ๒. ภิกษุณีวิกลจริต ๓. ภิกษุณีต้นบัญญัติ สิกขาบทที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๑๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๒
วินิจฉัยในสิกขาบทที่ ๒ พึงทราบดังนี้ :-
ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มของภิกษุณี ๒ รูปนี้ ผืนเดียวกัน เพราะฉะนั้น เธอทั้ง ๒ จึงชื่อว่า ผู้มีผ้าปูนอนและผ้าห่มผืนเดียวกัน.
คำว่า เอกตฺถรณปาปุรณา นี้ เป็นชื่อแห่งภิกษุณีทั้ง ๒ ผู้ปูชายข้างหนึ่งแห่งผ้าปาวารผ้าปูนอนและเสื่อลำแพนเป็นต้นอันเคลื่อนที่ได้ แล้วนอนห่มชายข้างหนึ่ง.
สองบทว่า ววฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา มีความว่า ไม่เป็นอาบัติแก่ภิกษุณีทั้ง ๒ รูปผู้นอนวางผ้ากาสายะ หรือไม้เท้าคนแก่ ชั้นที่สุดแม้ประคดเอวไว้ในท่ามกลาง.
คำที่เหลือตื้นทั้งนั้น.
สิกขาบทนี้มีสมุฏฐานดุจเอฬกโลมสิกขาบท เป็นกิริยา สัญญาวิโมกข์ อจิตตกะ ปัณณัตติวัชชะ กายกรรม มีจิต ๓ มีเวทนา ๓ แล.
อรรถกถาตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๒ จบ. -----------------------------------------------------