อาการแห่งอวหาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ อาการแห่งอวหาร อาการ ๕ อย่าง
ปญฺจหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ปรปริคฺคหิตญฺจ โหติ ปรปริคฺคหิตสญฺญี จ ครุโก จ โหติ ปริกฺขาโร ปญฺจมาสโก วา อติเรกปญฺจมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ปญฺจหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ปรปริคฺคหิตญฺจ โหติ ปรปริคฺคหิตสญฺญี จ ลหุโก จ โหติ ปริกฺขาโร อติเรกมาสโก วา อูนปญฺจมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ปญฺจหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ปรปริคฺคหิตญฺจ โหติ ปรปริคฺคหิตสญฺญี จ ลหุโก จ โหติ ปริกฺขาโร มาสโก วา อูนมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ปาราชิกอาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๕ อย่างคือ ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ๑ ถุลลัจจยาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคาเกินกว่า ๑มาสก หรือหย่อนกว่า ๕ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ ทรัพย์มีค่าน้อย ได้ราคา ๑ มาสกหรือหย่อนกว่า ๑ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ อาการ ๖ อย่าง
ฉหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺส น จ สกสญฺญี น จ วิสฺสาสคาหี น จ ตาวกาลิกํ ครุโก จ โหติ ปริกฺขาโร ปญฺจมาสโก วา อติเรกปญฺจมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ฯ ฉหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส น จ สกสญฺญี น จ วิสฺสาสคาหี น จ ตาวกาลิกํ ลหุโก จ โหติ ปริกฺขาโร อติเรกมาสโก วา อูนปญฺจมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ ฉหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส น จ สกสญฺญี น จ วิสฺสาสคาหี น จ ตาวกาลิกํ ลหุโก จ โหติ ปริกฺขาโร มาสโก วา อูนมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ปาราชิกอาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๖ อย่างคือ มิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน ๑ มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ ๑ มิใช่ขอยืม ๑ ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก ๑ ถุลลัจจยาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๖ อย่าง คือมิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน ๑ มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ ๑ มิใช่ขอยืม ๑ ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคาเกินกว่า ๑ มาสก หรือหย่อนกว่า ๕ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๖ อย่าง คือ มิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน ๑ มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ ๑ มิใช่ขอยืม ๑ ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคา ๑มาสก หรือหย่อนกว่า ๑ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑. อาการ ๕ อย่าง
ปญฺจหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส น จ ปรปริคฺคหิตํ โหติ ปรปริคฺคหิตสญฺญี จ ครุโก จ โหติ ปริกฺขาโร ปญฺจมาสโก วา อติเรกปญฺจมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ปญฺจหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส น จ ปรปริคฺคหิตํ โหติ ปรปริคฺคหิตสญฺญี จ ลหุโก จ โหติ ปริกฺขาโร อติเรกมาสโก วา อูนปญฺจมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ปญฺจหากาเรหิ อทินฺนํ อาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส น จ ปรปริคฺคหิตํ โหติ ปรปริคฺคหิตสญฺญี จ ลหุโก จ โหติ ปริกฺขาโร มาสโก วา อูนมาสโก วา เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ฯ อามสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ผนฺทาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ฐานา จาเวติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๕ อย่างคือ ทรัพย์มิใช่ของอันผู้อื่นหวงแหน ๑ มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ ทรัพย์มีค่ามากได้ราคา ๕ มาสกหรือเกินกว่า ๕ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ทรัพย์-*มิใช่ของอันผู้อื่นหวงแหน ๑ มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคาเกิน๑ มาสก หรือหย่อน ๕ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ทุกกฏาบัติ พึงมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ทรัพย์มิใช่ของอันผู้อื่นหวงแหน ๑ มีความสำคัญว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ ทรัพย์มีค่าน้อยได้ราคา ๑มาสก หรือหย่อนกว่า ๑ มาสก ๑ ไถยจิตปรากฏขึ้น ๑ ภิกษุลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหวต้องอาบัติทุกกฏ ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
องค์แห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๒
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติปาราชิก ด้วยอาการ ๕อย่าง คือ ๑. ทรัพย์มีผู้ครอบครอง ๒. สำคัญว่าเป็นทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๓. ทรัพย์มีค่ามาก ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ๔. มีไถยจิตปรากฏ ๕. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ ต้องอาบัติปาราชิก
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. ทรัพย์มีผู้ครอบครอง ๒. สำคัญว่าเป็นทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๓. ทรัพย์มีค่าน้อย ราคาเกิน ๑ มาสก หรือน้อยกว่า ๕ มาสก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๙๕}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ๔. มีไถยจิตปรากฏ ๕. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฎ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติทุกกฏ ด้วยอาการ ๕ อย่างคือ ๑. ทรัพย์มีผู้ครอบครอง ๒. สำคัญว่าเป็นทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๓. ทรัพย์มีค่าน้อย ราคา ๑ มาสก หรือน้อยกว่า ๑ มาสก ๔. มีไถยจิตปรากฏ ๕. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติปาราชิก ด้วยอาการ ๖ อย่างคือ ๑. สำคัญว่าไม่ใช่ของของตน ๒. ไม่ใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ ๓. ไม่ใช่เป็นของขอยืม ๔. ทรัพย์มีค่ามาก ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ๕. มีไถยจิตปรากฏ ๖. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติปาราชิก
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ด้วยอาการ ๖ อย่าง คือ ๑. สำคัญว่าไม่ใช่ของของตน ๒. ไม่ใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ ๓. ไม่ใช่เป็นของขอยืม ๔. ทรัพย์มีค่าน้อย ราคาเกิน ๑ มาสก หรือน้อยกว่า ๕ มาสก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๙๖}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ บทภาชนีย์ ๕. มีไถยจิตปรากฏ ๖. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติทุกกฏ ด้วยอาการ ๖ อย่างคือ ๑. สำคัญว่าไม่ใช่ของของตน ๒. ไม่ใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ ๓. ไม่ใช่เป็นของขอยืม ๔. ทรัพย์มีค่าน้อย ราคา ๑ มาสก หรือน้อยกว่า ๑ มาสก ๕. มีไถยจิตปรากฏ ๖. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติทุกกฏ ด้วยอาการ ๕ อย่างคือ ๑. ไม่ใช่ทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๒. สำคัญว่าเป็นทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๓. ทรัพย์มีค่ามาก ราคา ๕ มาสก หรือเกินกว่า ๕ มาสก ๔. มีไถยจิตปรากฏ ๕. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติทุกกฏ ด้วยอาการ ๕ อย่าง คือ ๑. ไม่ใช่ทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๒. สำคัญว่าเป็นทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๓. ทรัพย์มีค่าน้อย ราคาเกิน ๑ มาสก หรือน้อยกว่า ๕ มาสก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๙๗}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๑. ปาราชิกกัณฑ์] ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ อนาปัตติวาร ๔. มีไถยจิตปรากฏ ๕. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุผู้ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ต้องอาบัติทุกกฏ ด้วยอาการ ๕ อย่างคือ ๑. ไม่ใช่ทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๒. สำคัญว่าเป็นทรัพย์ที่มีผู้ครอบครอง ๓. ทรัพย์มีค่าน้อย ราคา ๑ มาสก หรือน้อยกว่า ๑ มาสก ๔. มีไถยจิตปรากฏ ๕. ภิกษุจับต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้เคลื่อนที่ต้องอาบัติทุกกฏ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อาปตฺติเภทกถา
การพรรณนาบทภาชนีย์
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงองค์แห่งอทินนาทานที่ตรัสไว้ด้วยอำนาจแห่งกิริยาที่ให้เคลื่อนจากฐานในทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นดินเป็นต้นนั้นๆ และความต่างแห่งอาบัติ กับความต่างกันแห่งวัตถุจึงตรัสคำเป็นต้นว่า ปญฺจหากเรหิ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปญฺจหากาเรหิ ได้แก่ ด้วยเหตุ ๕ อย่าง. มีคำอธิบายว่า ด้วยองค์ ๕.
ในคำว่า ปญฺจหากาเรหิ เป็นต้นนั้นมีเนื้อความย่อดังต่อไปนี้ :-
คือ ปาราชิกย่อมมีแก่ภิกษุผู้ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ด้วยอาการ ๕ อย่างที่ตรัสไว้โดยนัยเป็นต้นว่า ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑ เพราะไม่ครบองค์ ๕ นั้น จึงไม่เป็นปาราชิก.
ในคำนั้นมีอาการ ๕ อย่างเหล่านี้ คือ
ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑
เข้าใจว่าทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหน ๑
ความที่บริขารเป็นครุภัณฑ์ ๑
มีไถยจิต ๑
การทำให้เคลื่อนจากฐาน ๑.
ส่วนในบริขารที่เป็นลหุภัณฑ์ ท่านแสดงถุลลัจจัยและทุกกฏไว้โดยความต่างกันแห่งวัตถุ ด้วยวาระทั้ง ๒ อื่นจากอาการ ๕ อย่างนี้.
[อาการ ๖ อย่างที่ให้ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก]
แม้ในวาระทั้ง ๓ ที่ท่านตรัสไว้โดยนัยเป็นต้นว่า ฉหากาเรหิ ก็ควรทราบอาการ ๖ อย่างนี้ คือ
มิใช่มีความสำคัญว่าเป็นของตน ๑
มิใช่ถือเอาด้วยวิสาสะ ๑
มิใช่ขอยืม ๑
ความที่บริขารเป็นครุภัณฑ์ ๑
มีไถยจิต ๑
การทำให้เคลื่อนจากฐาน ๑.
ก็บรรดาวารทั้ง ๓ แม้นี้ในปฐมวาร ท่านปรับเป็นปาราชิก ทุติยวารและตติยวารท่านปรับเป็นถุลลัจจัยและทุกกฏ โดยความต่างกันแห่งวัตถุ.
ส่วนในความต่างกันแห่งวัตถุ แม้ที่มีอยู่ในวารทั้ง ๓ อื่นจาก ๓ วารนั้น ท่านปรับเป็นทุกกฏอย่างเดียว เพราะเป็นวัตถุอันชนเหล่าอื่นไม่ได้หวงแหน.
วัตถุที่ท่านกล่าวใน ๓ วารนั้นว่า มิใช่ของอันผู้อื่นหวงแหน จะเป็นวัตถุที่ยังมิได้ครอบครองก็ตาม จะเป็นของที่เขาทิ้งแล้วหมดราคา หาเจ้าของมิได้หรือจะเป็นของๆ ตนก็ตาม, วัตถุแม้ทั้ง ๒ ย่อมถึงความนับว่า มิใช่ของอันผู้อื่นหวงแหน. ก็ในทรัพย์ ๒ อย่างนี้มีความสำคัญว่า ทรัพย์อันผู้อื่นหวงแหนไว้ ๑ ถือเอาด้วยไถยจิต ๑ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงไม่กล่าวอนาบัติไว้ ฉะนี้แล.
-----------------------------------------------------