อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงเล่ม ๓๓ ฉบับนี้แบ่ง ๒๕๕ เรื่อง อีกฉบับแบ่ง ๒๔๔ เรื่อง — เทียบตามลำดับไม่ได้ เปิดเล่ม ๓๓ ของฉบับนั้นแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๔๖

๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖–๗๔29 ข้อ1 ฉบับคำแปลไทย · ต้นฉบับยังไม่มีในคลังนี้

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน ๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระญาณัตถวิกเถระ (พระญาณัตถวิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๔๖

ข้าพเจ้าสร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ ณ ทิศใต้แห่งภูเขาหิมพานต์ ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแสวงหาประโยชน์สูงสุด จึงอาศัยอยู่ในป่าใหญ่

ข้อ ๔๗

ข้าพเจ้ายินดีด้วยเหง้ามันและผลไม้ตามมีตามได้ ไม่เที่ยวแสวงหา อยู่เพียงผู้เดียว

ข้อ ๔๘

ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว พระองค์ทรงประกาศสัจจะ ๔ ช่วยฉุดมหาชนขึ้น

ข้อ ๔๙

ข้าพเจ้ามิได้สดับข่าวพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้ใครๆ ก็ไม่บอกข้าพเจ้า เมื่อล่วงไปได้ ๘ ปี ข้าพเจ้าจึงได้สดับข่าวพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ข้อ ๕๐

ข้าพเจ้านำไฟและฟืนออกแล้ว กวาดอาศรม หาบบริขารออกจากป่าใหญ่ไป

ข้อ ๕๑

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าพักอยู่ในบ้านและนิคม ๑ คืน เข้าไปใกล้กรุงจันทวดีโดยลำดับ

ข้อ ๕๒

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพระนามว่าสุเมธะ ทรงแสดงอมตบทช่วยฉุดสัตว์จำนวนมากขึ้น

ข้อ ๕๓

ข้าพเจ้าได้ผ่านหมู่ชนเข้าไปไหว้พระชินเจ้าผู้เสด็จมาดีแล้ว ทำผ้าหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วสรรเสริญพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๔๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน

ข้อ ๕๔

พระองค์ผู้เป็นพระศาสดาผู้สูงสุด แห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้ปรากฏดุจธง เป็นดุจธงชัยและเป็นดุจเสาพิธีผูกสัตว์บูชายัญ เป็นที่หมายปอง เป็นที่พึ่ง และเป็นดุจดวงประทีปของหมู่สัตว์ภาณวารที่ ๒๑ จบ

ข้อ ๕๕

พระองค์เป็นผู้ฉลาด เป็นนักปราชญ์ในญาณทัสสนะ ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นไปได้ ข้าแต่พระมุนี ผู้อื่นที่จะช่วยหมู่สัตว์ ให้ข้ามพ้น(วัฏฏสงสาร)ไปได้ยิ่งกว่าพระองค์ไม่มีในโลก

ข้อ ๕๖

มหาสมุทรที่ลึกที่สุด ก็พึงอาจที่จะประมาณได้ด้วยปลายหญ้าคา ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนพระญาณของพระองค์ ใครๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลย

ข้อ ๕๗

แผ่นดินก็อาจจะวางลงบนตาชั่งแล้วชั่งดูได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ แต่สิ่งที่เสมอด้วยพระปัญญาของพระองค์ไม่มีเลย

ข้อ ๕๘

อากาศก็อาจจะวัดได้ด้วยเชือกและนิ้วมือ ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนศีลของพระองค์ ใครๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลย

ข้อ ๕๙

น้ำในมหาสมุทร อากาศและพื้นแผ่นดิน สิ่งทั้ง ๓ นี้ ก็พึงอาจประมาณได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ พระองค์เป็นผู้ที่ใครๆ จะประมาณไม่ได้เลย @เชิงอรรถ : @ ญาณทัสสนะ หมายถึงมัคคญาณ ผลญาณ สัพพัญญุตญาณ ปัจจเวกขณญาณ วิปัสสนาญาณ@(ที.สี.อ. ๑/๒๓๔/๑๙๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๔๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน

ข้อ ๖๐

ข้าพเจ้ากล่าวสรรเสริญพระสัพพัญญู ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ ด้วยคาถา ๖ คาถาแล้ว ประนมมือยืนนิ่งอยู่ในเวลานั้น

ข้อ ๖๑

พระพุทธเจ้าผู้มีปัญญาเสมอด้วยพื้นปฐพี เป็นเมธีชั้นเลิศ ซึ่งชนทั้งหลายถวายพระนามว่าสุเมธะ ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

ข้อ ๖๒

เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเลื่อมใส ได้กล่าวสรรเสริญญาณของเรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

ข้อ ๖๓

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๗๗ กัป จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติอยู่ในเทวโลกตลอด ๑,๐๐๐ ชาติ

ข้อ ๖๔

จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายร้อยชาติ และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

ข้อ ๖๕

เขาจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ก็จักเป็นผู้มั่นคงในกรรมดี จักเป็นผู้มีความดำริไม่บกพร่อง มีปัญญาเฉียบแหลม

ข้อ ๖๖

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

ข้อ ๖๗

ผู้นี้จักไม่มีความกังวล ออกบวช จักบรรลุอรหัตตผลตั้งแต่อายุได้ ๗ ขวบ

ข้อ ๖๘

ในระหว่างกาลที่ข้าพเจ้าจำความได้ จนถึงการบรรลุศาสนธรรมนี้ ข้าพเจ้าไม่รู้จักความไม่สบายใจเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๔๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน

ข้อ ๖๙

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิด เสวยสมบัติในภพน้อยภพใหญ่ ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย นี้เป็นผลในการสรรเสริญพระญาณ

ข้อ ๗๐

ไฟ ๓ กอง ข้าพเจ้าดับได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

ข้อ ๗๑

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระญาณไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลในการสรรเสริญพระญาณ

ข้อ ๗๒

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

ข้อ ๗๓

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ข้อ ๗๔

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระญาณัตถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ญาณัตถวิกเถราปทานที่ ๔ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๔๔}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร