อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๐๘๗

ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม ว่าด้วยการรู้วัตถุ เป็นต้น

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๘๗–๑๐๙๗11 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

มหาสงฺคามํ

สงฺคามาวจเรน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหรนฺเตน วตฺถุํ ชานิตพฺพํ วิปตฺติ ชานิตพฺพา อาปตฺติ ชานิตพฺพา นิทานํ ชานิตพฺพํ อากาโร ชานิตพฺโพ ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพํ กตากตํ ชานิตพฺพํ กมฺมํ ชานิตพฺพํ อธิกรณํ ชานิตพฺพํ สมโถ ชานิตพฺโพ น ฉนฺทาคติ คนฺตพฺพา น โทสาคติ คนฺตพฺพา น โมหาคติ คนฺตพฺพา น ภยาคติ คนฺตพฺพา สญฺญาปนีเย ฐาเน สญฺญาเปตพฺพํ นิชฺฌาปนีเย ฐาเน นิชฺฌาเปตพฺพํ เปกฺขนีเย ฐาเน เปกฺขิตพฺพํ ปสาทนีเย ฐาเน ปสาเทตพฺพํ ลทฺธปกฺโขมฺหีติ ปโร ปกฺโข นาวชานิตพฺโพ พหุสฺสุโตมฺหีติ อปฺปสฺสุโต นาวชานิตพฺโพ เถรตโรมฺหีติ นวกตโร นาวชานิตพฺโพ อสมฺปตฺตํ น พฺยาหริตพฺพํ สมฺปตฺตํ ธมฺมโต วินยโต น ปริหาเปตพฺพํ เยน ธมฺเมน เยน วินเยน เยน สตฺถุสาสเนน ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ตถา ตํ อธิกรณํ วูปสเมตพฺพํ ฯ

วตฺถุํ ชานิตพฺพนฺติ อฏฺฐปาราชิกานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เตวีสสงฺฆาทิเสสานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เทฺวอนิยตานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เทฺวจตฺตาฬีสนิสฺสคฺคิยานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ อฏฺฐาสีติสตปาจิตฺติยานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทฺวาทสปาฏิเทสนียานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทุกฺกฏานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทุพฺภาสิตานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ฯ

วิปตฺติ ชานิตพฺพาติ สีลวิปตฺติ ชานิตพฺพา อาจารวิปตฺติ ชานิตพฺพา ทิฏฺฐิวิปตฺติ ชานิตพฺพา อาชีววิปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ

อาปตฺติ ชานิตพฺพาติ ปาราชิกาปตฺติ ชานิตพฺพา สงฺฆาทิเสสาปตฺติ ชานิตพฺพา ถุลฺลจฺจยาปตฺติ ชานิตพฺพา ปาจิตฺติยาปตฺติ ชานิตพฺพา ปาฏิเทสนียาปตฺติ ชานิตพฺพา ทุกฺกฏาปตฺติ ชานิตพฺพา ทุพฺภาสิตาปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ

นิทานํ ชานิตพฺพนฺติ อฏฺฐปาราชิกานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เตวีสสงฺฆาทิเสสานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เทฺวอนิยตานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เทฺวจตฺตาฬีสนิสฺสคฺคิยานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ อฏฺฐาสีติสตปาจิตฺติยานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทฺวาทสปาฏิเทสนียานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทุกฺกฏานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทุพฺภาสิตานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ฯ

อากาโร ชานิตพฺโพติ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ สงฺโฆ อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ คโณ อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ ปุคฺคโล อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย ปรํ โจเทติ อุทาหุ โนติ เอวํ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐิโต สจฺเจ จ อกุปฺเป จ อุทาหุ โนติ เอวํ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ

ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพนฺติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา วตฺถุโต วา วตฺถุํ สงฺกมติ วิปตฺติโต วา วิปตฺตึ สงฺกมติ อาปตฺติโต วา อาปตฺตึ สงฺกมติ อวชานิตฺวา วา ปฏิชานาติ ปฏิชานิตฺวา วา อวชานาติ อญฺเญน วา อญฺญํ ปฏิจรติ อุทาหุ โนติ เอวํ ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพํ ฯ

กตากตํ ชานิตพฺพนฺติ เมถุนธมฺโม ชานิตพฺโพ เมถุนธมฺมสฺส อนุโลมํ ชานิตพฺพํ เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาโค ชานิตพฺโพ ฯ เมถุนธมฺโม ชานิตพฺโพติ ทฺวยนฺทฺวยสมาปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ เมถุนธมฺมสฺส อนุโลมํ ชานิตพฺพนฺติ ภิกฺขุ อตฺตโน มุเขน ปรสฺส องฺคชาตํ คณฺหาติ ฯ เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาโค ชานิตพฺโพติ วณฺโณ อวณฺโณ กายสํสคฺโค ทุฏฺฐุลฺลวาจา อตฺตกามปาริจริยา วณฺณมนุปฺปาทนํ ฯ

กมฺมํ ชานิตพฺพนฺติ โสฬส กมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ อปโลกนกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติทุติยกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติจตุตฺถกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ ฯ

อธิกรณํ ชานิตพฺพนฺติ จตฺตาริ อธิกรณานิ ชานิตพฺพานิ วิวาทาธิกรณํ ชานิตพฺพํ อนุวาทาธิกรณํ ชานิตพฺพํ อาปตฺตาธิกรณํ ชานิตพฺพํ กิจฺจาธิกรณํ ชานิตพฺพํ ฯ

สมโถ ชานิตพฺโพติ สตฺต สมถา ชานิตพฺพา สมฺมุขาวินโย ชานิตพฺโพ สติวินโย ชานิตพฺโพ อมูฬฺหวินโย ชานิตพฺโพ ปฏิญฺญาตกรณํ ชานิตพฺพํ เยภุยฺยสิกา ชานิตพฺพา ตสฺสปาปิยสิกา ชานิตพฺพา ติณวตฺถารโก ชานิตพฺโพ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระวินัยปิฎก ปริวาร [มหาสงคราม] ๑. โวหรันเตนชานิตัพพาทิ มหาสงคราม ว่าด้วยภิกษุผู้เข้าสู่มหาสงคราม ๑. โวหรันเตนชานิตัพพาทิ ว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ภิกษุผู้กล่าวพึงรู้ เป็นต้น

ข้อ ๓๖๘

อันภิกษุผู้เข้าสงคราม เมื่อกล่าวในสงฆ์พึงรู้วัตถุ พึงรู้วิบัติ พึงรู้อาบัติพึงรู้นิทาน พึงรู้อาการ พึงรู้คำต้นและคำหลัง พึงรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ พึงรู้กรรมพึงรู้อธิกรณ์ พึงรู้สมถะ ไม่พึงลำเอียงเพราะชอบ ไม่พึงลำเอียงเพราะชัง ไม่พึงลำเอียงเพราะหลง ไม่พึงลำเอียงเพราะกลัว พึงชี้แจงในฐานะที่ควรชี้แจง พึงพิจารณาในฐานะที่ควรพิจารณา พึงเพ่งเล็งในฐานะที่ควรเพ่งเล็ง พึงเลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใสไม่พึงดูหมิ่นฝ่ายอื่นด้วยเข้าใจว่าเราได้พวกแล้ว ไม่พึงดูหมิ่นผู้มีสุตะน้อยด้วยเข้าใจว่าเรามีสุตะมาก ไม่พึงดูหมิ่นภิกษุผู้อ่อนกว่าด้วยเข้าใจว่าเราเป็นผู้แก่กว่า ไม่พึงพูดเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ไม่พึงให้เรื่องที่มาถึงแล้วเสื่อมไปจากพระธรรมวินัย อธิกรณ์นั้นจะระงับด้วยธรรมใด ด้วยวินัยใด ด้วยสัตถุศาสน์ใด พึงให้อธิกรณ์นั้นระงับด้วยวิธีนั้นว่าด้วยการรู้วัตถุ

ข้อ ๓๖๙

คำว่า พึงรู้วัตถุ นั้น คือ พึงรู้วัตถุแห่งปาราชิก ๘ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งสังฆาทิเสส ๒๓ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งอนิยต ๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งนิสสัคคีย์๔๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งปาจิตตีย์ ๑๘๘ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งปาฏิเทสนียะ๑๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งทุกกฏ พึงรู้วัตถุแห่งทุพภาสิต ว่าด้วยการรู้วิบัติ

ข้อ ๓๗๐

คำว่า พึงรู้วิบัติ นั้น คือ พึงรู้สีลวิบัติ พึงรู้อาจารวิบัติ พึงรู้ทิฏฐิวิบัติ พึงรู้อาชีววิบัติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๕๔}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [มหาสงคราม] ๑. โวหรันเตนชานิตัพพาทิ ว่าด้วยการรู้อาบัติ

ข้อ ๓๗๑

คำว่า พึงรู้อาบัติ นั้น คือ พึงรู้อาบัติปาราชิก พึงรู้อาบัติสังฆาทิเสสพึงรู้อาบัติถุลลัจจัย พึงรู้อาบัติปาจิตตีย์ พึงรู้อาบัติปาฏิเทสนียะ พึงรู้อาบัติทุกกฏพึงรู้อาบัติทุพภาสิต ว่าด้วยการรู้นิทาน

ข้อ ๓๗๒

คำว่า พึงรู้นิทาน นั้น คือ พึงรู้นิทานแห่งปาราชิก ๘ สิกขาบทพึงรู้นิทานแห่งสังฆาทิเสส ๒๓ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งอนิยต ๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งนิสสัคคีย์ ๔๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งปาจิตตีย์ ๑๘๘ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งปาฏิเทสนียะ ๑๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งทุกกฏ พึงรู้นิทานแห่งทุพภาสิต ว่าด้วยการรู้อาการ

ข้อ ๓๗๓

คำว่า พึงรู้อาการ นั้น คือ พึงรู้สงฆ์โดยอาการ พึงรู้คณะโดยอาการ พึงรู้บุคคลโดยอาการ พึงรู้โจทก์โดยอาการ พึงรู้จำเลยโดยอาการ ข้อว่า พึงรู้สงฆ์โดยอาการ นั้น คือ พึงรู้สงฆ์โดยอาการอย่างนี้ว่า สงฆ์หมู่นี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ ข้อว่า พึงรู้คณะโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้คณะโดยอาการอย่างนี้ว่า คณะนี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ ข้อว่า พึงรู้บุคคลโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้บุคคลโดยอาการอย่างนี้ว่า บุคคลนี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ ข้อว่า พึงรู้โจทก์โดยอาการ นั้น คือ พึงรู้โจทก์โดยอาการอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้จะตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการ แล้วโจทผู้อื่น หรือไม่หนอ ข้อว่า พึงรู้จำเลยโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จำเลยโดยอาการอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้จะตั้งอยู่ในธรรม ๒ ข้อ คือ ให้การตามจริงและไม่โกรธ หรือไม่หนอ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๕๕}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [มหาสงคราม] ๑. โวหรันเตนชานิตัพพาทิ ว่าด้วยการรู้คำต้นและคำหลัง

ข้อ ๓๗๔

คำว่า พึงรู้คำต้นและคำหลัง นั้น คือ พึงรู้คำต้นและคำหลังอย่างนี้ว่าท่านผู้นี้ย้ายวัตถุจากวัตถุ ย้ายวิบัติจากวิบัติ ย้ายอาบัติจากอาบัติ ปฏิเสธแล้วกลับปฏิญาณ ปฏิญาณแล้วกลับปฏิเสธ หรือสับเรื่องอื่นด้วยเรื่องอื่น หรือไม่หนอว่าด้วยการรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ

ข้อ ๓๗๕

คำว่า พึงรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ นั้น คือ พึงรู้เมถุนธรรม พึงรู้ข้ออนุโลมแก่เมถุนธรรม พึงรู้บุพพภาคแห่งเมถุนธรรม ข้อว่า พึงรู้เมถุนธรรม นั้น คือ พึงรู้กิจที่กระทำกันสองต่อสอง ข้อว่า พึงรู้ข้ออนุโลมแก่เมถุนธรรม นั้น คือ (พึงรู้เรื่อง)ภิกษุอมองคชาตของภิกษุอื่นด้วยปากของตน ข้อว่า พึงรู้บุพพภาคแห่งเมถุนธรรม นั้น คือ พึงรู้สีมิใช่สี การถูกต้องกายวาจาชั่วหยาบ การบำเรอความใคร่ของตน การใช้คำชักชวนว่าด้วยการรู้กรรม

ข้อ ๓๗๖

คำว่า พึงรู้กรรม นั้น คือ พึงรู้กรรม ๑๖ อย่าง คือ อปโลกนกรรม ๔ญัตติกรรม ๔ ญัตติทุติยกรรม ๔ ญัตติจตุตถกรรม ๔ว่าด้วยการรู้อธิกรณ์

ข้อ ๓๗๗

คำว่า พึงรู้อธิกรณ์ นั้น คือ พึงรู้อธิกรณ์ ๔ คือ (๑) วิวาทาธิกรณ์ (๒) อนุวาทาธิกรณ์ (๓) อาปัตตาธิกรณ์ (๔) กิจจาธิกรณ์ @เชิงอรรถ : @ พึงรู้สี คือพึงรู้สีของอสุจิ มิใช่สี คือพึงรู้ว่าไม่เกี่ยวกับสีอสุจิ แต่ภิกษุพยายามเพื่อความหายโรค น้ำอสุจิ@เคลื่อน (วิ.อ. ๓/๓๗๕/๕๐๗, สารตฺถ.ฏีกา. ๓/๓๗๕/๕๘๐. ดู วิ.มหา. (แปล) ๑/๒๔๐/๒๕๕-๒๕๖ ประกอบ)@ การใช้คำชักชวน หมายถึงการทำหน้าที่ชักสื่อ (วิ.อ. ๓/๓๗๕/๕๐๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๕๖}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [มหาสงคราม] ๒. อคติอคันตัพพะ ว่าด้วยการรู้สมถะ

ข้อ ๓๗๘

คำว่า พึงรู้สมถะ นั้น คือ พึงรู้สมถะ ๗ คือ (๑) สัมมุขาวินัย(๒) เยภุยยสิกา (๓) สติวินัย (๔) อมูฬหวินัย (๕) ปฏิญญาตกรณะ(๖) ตัสสปาปิยสิกา (๗) ติณวัตถารกะ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

มหาสังคามวัณณนา

วินิจฉัยในมหาสังคาม พึงทราบดังนี้ :-

หลายบทว่า วตฺถุโต วาวตฺถุํ สงฺกมติ มีความว่า โจทก์กล่าวว่า วัตถุแห่งปฐมปาราชิก อันข้าพเจ้าได้เห็นแล้วหรือว่า วัตถุแห่งปฐมปาราชิก อันข้าพเจ้าได้ฟังแล้ว เมื่อถูกถาม คือถูกคาดคั้นเข้าอีก กลับกล่าวว่า วัตถุแห่งปฐมปาราชิก ข้าพเจ้าไม่ได้เห็น ไม่ได้ยินวัตถุแห่งทุติยปาราชิก อันข้าพเจ้าได้เห็นแล้ว หรือว่า วัตถุแห่งทุติยปาราชิก อันข้าพเจ้าได้ยินแล้ว. พึงทราบการย้ายวัตถุที่เหลือ การย้ายวิบัติจากวิบัติ และการย้ายอาบัติจากอาบัติ โดยนัยนี้แล.

ฝ่ายภิกษุใดกล่าวว่า ข้าพเจ้าหาได้เห็นไม่ หาได้ยินไม่ดั่งนี้แล้ว ภายหลังกล่าวว่า ข้อนั้น แม้ข้าพเจ้าก็ได้เห็น หรือว่า ข้อนั้น แม้ข้าพเจ้าก็ได้ยินกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้เห็น หรือว่าข้าพเจ้าได้ยิน ดังนี้แล้ว ภายหลังกลับกล่าวว่า ข้าพเจ้าหาได้เห็นไม่ หาได้ยินไม่ภิกษุนั้น พึงทราบว่า ปฏิเสธแล้วกลับปฏิญญา ปฏิญญาแล้วกลับปฏิเสธ. ภิกษุนี้แล ชื่อว่าสับเรื่องอื่นด้วยเรื่องอื่น.

สุกกวิสัฏฐิสิกขาบท ด้วยอำนาจสีมีสีเขียวเป็นต้น และความเป็นผู้ไม่มีโรค ท่านกล่าวว่า วณฺโณ อวณฺโณ. สัญจริตสิกขาบท ท่านกล่าวว่า วณฺณมนุปฺปาทนํ (ยังการขอให้เกิดตามขึ้น) ๓ สิกขาบทมีกายสังสัคคสิกขาบทเป็นต้น ท่านกล่าวตามรูปเดิมนั่นเอง. ๕ สิกขาบทนี้ พึงทราบว่า เป็นบุพภาค คือบุพประโยคของเมถุนธรรม ด้วยประการฉะนี้.

อปโลกนกรรม ๔ นั้น ได้แก่ กรรมเป็นวรรค โดยธรรมเป็นต้น.

แม้ในกรรมที่เหลือ ก็นัยนี้แล.

หมวด ๔ สี่หมวด จึงรวมเป็น ๑๖ ด้วยประการฉะนี้.

หลายบทว่า พหุชนอหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ มีความว่า จริงอยู่ เมื่ออธิกรณ์อันพระวินัยธร วินิจฉัยด้วยฉันทาคติอย่างนั้น สงฆ์ในวัดนั้นย่อมแตกกันเป็น ๒ ฝ่าย. แม้ภิกษุณีทั้งหลายผู้อาศัยโอวาทเป็นอยู่ ก็ย่อมเป็น ๒ ฝ่าย. พวกอุบาสกก็ดี อุบาสิกาก็ดี เด็กชายก็ดี เด็กหญิงก็ดี ย่อมเป็น ๒ ฝ่ายแม้เหล่าอารักขเทวดาของชนเหล่านั้น ก็ย่อมแตกกันเป็น ๒ ฝ่ายเหมือนกัน. ต่อแต่นั้นเทวดาทั้งหลายนับภุมมเทวดาเป็นต้น จนถึงอกนิฏฐพรหม ย่อมแยกเป็น ๒ ฝ่ายด้วย.

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ภิกษุผู้ลำเอียงด้วยฉันทาคติเป็นต้น ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อไม่เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก ฯลฯ เป็นผู้ปฏิบัติ เพื่อไม่เป็นประโยชน์ เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์ แก่ชนเป็นอันมาก ทั้งเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.

บทว่า วิสมนิสฺสิโต ได้แก่ ผู้อาศัยกายกรรมเป็นต้น ซึ่งไม่เรียบร้อย.

บทว่า คหณนิสฺสิโต ได้แก่ ผู้อาศัยความถือ กล่าวคือมิจฉาทิฏฐิและอันตคาหิกทิฏฐิ.

บทว่า พลวนิสฺสิโต ได้แก่ ผู้อาศัยภิกษุผู้มีชื่อเสียง ซึ่งมีกำลัง.

สองบทว่า ตสฺส อวชานนฺโต ได้แก่ ดูหมิ่นถ้อยคำของภิกษุนั้น. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ตสฺส นั้น เป็นฉัฏฐีวิภัตติ ใช้ในอรรถแห่งทุติยาวิภัตติ. อธิบายว่า ดูหมิ่นภิกษุนั้น.

สองบทว่า ยํ อตฺถาย มีความว่า เพื่อประโยชน์ใด.

สองบทว่า ตํ อตฺถํ มีความว่า ประโยชน์นั้น.

คำที่เหลือในที่ทั้งปวง ตื้นทั้งนั้นฉะนี้แล.

____________________________

ตามฉบับในลาน เป็น วคฺคาทีนิ.

มหาสังคามวัณณนา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา