อัตถวเสปกรณ์
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อตฺถวเสปกรณํ
๑๐๐๙ทส อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ฯ สงฺฆสุฏฺฐุตาย สงฺฆผาสุตาย ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย สทฺธมฺมฏฺฐิติยา วินยานุคฺคหาย ฯ
๑๐๑๐ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ สงฺฆผาสุ ยํ สงฺฆผาสุ ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย ยํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย ตํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ยํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย ยํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย ตํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ยํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ตํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ยํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ตํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย ยํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ยํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ตํ วินยานุคฺคหาย ฯ
๑๐๑๑ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ สงฺฆผาสุ ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ วินยานุคฺคหาย ฯ
๑๐๑๒ยํ สงฺฆผาสุ ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย ยํ สงฺฆผาสุ ตํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ยํ สงฺฆผาสุ ตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย ยํ สงฺฆผาสุ ตํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ยํ สงฺฆผาสุ ตํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ยํ สงฺฆผาสุ ตํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย ยํ สงฺฆผาสุ ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ยํ สงฺฆผาสุ ตํ วินยานุคฺคหาย ยํ สงฺฆผาสุ ตํ สงฺฆสุฏฺฐุ ฯ
๑๐๑๓ยํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย ฯเปฯ ยํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ฯเปฯ ยํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย ฯเปฯ ยํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ฯเปฯ ยํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ฯเปฯ ยํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ ยํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ฯเปฯ ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ สงฺฆสุฏฺฐุ ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ สงฺฆผาสุ ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย ยํ วินยานุคฺคหาย ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ฯ
๑๐๑๔อตฺถสตํ ธมฺมสตํ เทฺว จ นิรุตฺติสตานิ จตฺตาริ ญาณสตานิ อตฺถวเส ปกรเณติ ฯ อตฺถวเสปกรณํ นิฏฺฐิตํ ฯ มหาวคฺคํ นิฏฺฐิตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ
๑๐๑๕ปฐมํ อฏฺฐ ปุจฺฉาย ปจฺจเยสุ ปุนฏฺฐ จ ภิกฺขูนํ โสฬสา เอเต ภิกฺขุนีนญฺจ โสฬส เปยฺยาลอนฺตราเภทา เอกุตฺตริกเมว จ ปวารณตฺถวสิกา มหาวคฺคสฺส สงฺคโหติ ฯ -------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อัตถวสปกรณ์] ว่าด้วยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ อัตถวสปกรณ์ ว่าด้วยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ
พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่พระสาวกทั้งหลาย โดย อาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ ๑. เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๒. เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์ ๓. เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๔. เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม ๕. เพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๖. เพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต ๗. เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส ๘. เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว ๙. เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑๐. เพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย สิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก สิ่งใดเพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยากสิ่งนั้นเพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม สิ่งใดเพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม สิ่งนั้นเพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน สิ่งใดเพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน สิ่งนั้นเพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต สิ่งใดเพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต สิ่งนั้นเพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส สิ่งใดเพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส สิ่งนั้นเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว สิ่งใดเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว สิ่งนั้นเพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม สิ่งใดเพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม สิ่งนั้นเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๐๒}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อัตถวสปกรณ์] ว่าด้วยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ สิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก สิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม สิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน สิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคตสิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใสสิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว สิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม สิ่งใดเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเป็นไปเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม สิ่งใดเป็นความผาสุกแห่งสงฆ์ สิ่งนั้นเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย สิ่งใดเพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ฯลฯ สิ่งใดเพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม ฯลฯ สิ่งใดเพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ฯลฯ สิ่งใดเพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต ฯลฯ สิ่งใดเพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส ฯลฯ สิ่งใดเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว ฯลฯ สิ่งใดเพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ฯลฯ สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย สิ่งนั้นเป็นความยอมรับว่าดีแห่งสงฆ์ สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย สิ่งนั้นเพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย สิ่งนั้นเพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๐๓}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [อัตถวสปกรณ์] ว่าด้วยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ สิ่งนั้นเพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัยสิ่งนั้นเพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัยสิ่งนั้นเพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัยสิ่งนั้นเพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย สิ่งนั้นเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว สิ่งใดเพื่อเอื้อเฟื้อพระวินัย สิ่งนั้นเพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม อรรถหนึ่งร้อย ธรรมหนึ่งร้อย นิรุตติสองร้อย ญาณสี่ร้อย มีในอัตถวสปกรณ์ อัตถวสปกรณ์ จบ มหาวรรค จบ ห้อข้อประจำเรื่อง หมวดธรรมเหล่านี้ของภิกษุ ๑๖ ของภิกษุณี ๑๖ คือ หมวด ๑ ถึงหมวด ๘ ในการถามและปัจจัย และหมวด ๑ ถึงหมวด ๘ ในคำถามและปัจจัยอีก เปยยาล อันตราเภท และเอกุตตริกะ ปวารณา อัตถวสปกรณ์ สงเคราะห์เข้ามหาวรรค อัตถวสปกรณ์ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๐๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อัตถวเสปกรณวัณณนา
วินิจฉัยในอัตถวเสปกรณ์ พึงทราบดังนี้ :-
ในคำว่า ทส อตฺถวเส เป็นต้น คำที่ควรกล่าว ได้กล่าวในวัณณนาแห่งปฐมปาราชิกแล้วแล.
ในบททั้งหลายมีบทว่า ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ ตํ สงฺฆผาสุ เป็นอาทิ บทต้นๆ เป็นเนื้อความของบทหลังๆ.
ก็ด้วยทำให้เป็นบทตั้งทีละบท ในทุก ๑๐ บท ประกอบ ๒๐ ครั้ง รวมร้อยบทนี้ใด ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสในคำว่า อรรถร้อยหนึ่ง ธรรมร้อยหนึ่ง เป็นต้น. พึงทราบอรรถร้อยหนึ่ง ด้วยอำนาจบทหลังๆ ในร้อยบทนั้น. พึงทราบร้อยธรรม ด้วยอำนาจบทต้นๆ.
อีกอย่างหนึ่ง สิกขาบทอันพระตถาคตทรงอำนาจประโยชน์ ๑๐ เหล่าใด ทรงบัญญัติแล้วแก่สาวกทั้งหลาย อำนาจประโยชน์ ๑๐ เหล่าใดอันข้าพเจ้าพรรณนาแล้ว ในอรรถกถาแห่งปฐมปาราชิกในหนหลัง โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่าบรรดาอำนาจประโยชน์ ๑๐ นั้น ความเห็นชอบของสงฆ์ คือความยอมรับคำว่า ดีแล้ว พระเจ้าข้า ดุจความยอมรับคำในที่มาว่า ดีแล้ว เทวะ ชื่อว่าสังฆสุฏฐุตา.
ก็ภิกษุใด ยอมรับคำของพระตถาคต ความยอมรับคำนั้น ของภิกษุนั้น ย่อมมี เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข สิ้นกาลนาน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงกระทำให้แจ้งซึ่งเนื้อความนี้ว่า เราจักบัญญัติ เพื่อสงฆ์ยอมรับคำของเราว่า ดีแล้ว พระเจ้าข้า จักแสดงโทษในการที่ไม่ยอมรับ และอานิสงส์ในการที่ยอมรับก่อนจึงจะบัญญัติ จักไม่บัญญัติกดขี่ด้วยหักหาญ ดังนี้จึงตรัสว่า เพื่อเห็นชอบของสงฆ์. พึงทราบอรรถร้อยหนึ่งเพราะอำนาจประโยชน์เหล่านั้น มาแล้วในคัมภีร์บริวารนี้ ๑๐ ครั้ง และพึงทราบธรรมร้อยหนึ่ง ด้วยอำนาจบทที่ส่องอรรถนั้น.
พึงทราบนิรุตติสองร้อยเหล่านี้ คือด้วยอำนาจแห่งนิรุตติที่ส่องอรรถ ร้อยนิรุตติ ด้วยอำนาจแห่งนิรุตติที่เป็นตัวธรรมดา ร้อยนิรุตติ.
และพึงทราบญาณสี่ร้อย คือ ร้อยญาณ ในร้อยอรรถ ร้อยญาณ ในในร้อยธรรม สองร้อยญาณ ในสองร้อยนิรุตติ.
จริงอยู่ คำใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ร้อยอรรถ ร้อยธรรม สองร้อยนิรุตติ รวมเป็นสี่ร้อยญาณ มีในอำนาจประโยชน์ที่เป็นเหตุเริ่มทำคำนี้ ทรงอาศัยอรรถเป็นต้นนั้น ตรัสแล้ว ฉะนี้แล.
____________________________
สมนฺต. ปฐม. ๒๕๘.
พรรณนาอัตถวเสปกรณ์ จบ มหาวัคควัณณนา ในอรรถกถาวินัย ชื่อสมันตปาสาทิกา จบแล้ว ด้วยประการฉะนี้ -----------------------------------------------------